🍫✨ Choco Project Vol.6: This Project Is For Chocolate-Lovers!

Choco Project Vol.6 โปรเจกต์ที่คนรักช็อกโกแลตตัวจริงห้ามพลาด! ที่ The Corner House Bangkok เนรมิตพื้นที่ในบรรยากาศ Industrial Loft สุดเท่ ให้คุณได้หลุดเข้าไปในโลกของโกโก้ ช็อกโกแลต และความเข้มข้นที่หลากหลาย

ตั้งแต่ วันนี้ – 4 ม.ค. 2026 เตรียมตัวให้พร้อม! 🎧🎶 ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ขายช็อกโกแลต แต่เป็นพื้นที่ให้คุณได้มาพักเบรก จิบเครื่องดื่มเข้มข้น หรือลิ้มรสขนมหวานฉ่ำๆ ในบรรยากาศสบายๆ โล่งโปร่ง เหมาะกับการมานั่งชิลล์คนเดียว หรือนัดเพื่อนมาลองเมนูใหม่ๆ ที่ชวนให้ใจละลาย

โทนร้านตกแต่งด้วยปูนเปลือยขัดมันและโครงสร้างเหล็กดิบๆ ผสมผสานกับงานไม้และดีไซน์ลายหินอ่อนที่เคาน์เตอร์และโต๊ะ ให้มู้ดที่ดูทันสมัยและเป็นกันเอง

🏆 The OG Tiramisu — ทีรามิสุฉ่ำๆ ที่มีโกโก้เข้มข้นโรยอยู่ด้านบน เสิร์ฟมาในแก้วทรงสวย ตักเข้าปากแล้วฟิน เหมือนมีโอเปร่าอยู่ในลำคอ!

🍫 Choco Gold Caramel — ช็อกโกแลตเย็นเข้มข้น ผสมคาราเมลเกล็ดทองคำที่ทางร้านบอกว่าใช้ความหวานจากช็อกโกแลตและคาราเมลธรรมชาติแบบ Non-Syrup ดื่มง่าย หอมหวานแบบลงตัว

📍The Corner House Bangkok

🍫 Choco Project Vol.6

📆 Today - 04 January 26

🕰️ Tuesday - Sunday 11.00 - 19.00

💓 Closed On Monday

#CHOCOPROJECT #ChocoProjectNo6

#TheCornerHouseBangkok #cafehopping

#cafehoppingbkk #cafe #cafebkk

#callmebacon #คอลมีเบคอน

2025/11/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชคำว่า Choco Project แล้วลังเลว่าจะ “คุ้มไหมที่จะไป” เราว่าโปรเจกต์นี้เหมาะมากกับสายช็อกโกแลตที่ชอบความเข้มข้นแบบจริงจัง แต่ยังอยากได้บรรยากาศคาเฟ่นั่งสบายๆ ไม่รีบกินแล้วกลับทันที เพราะที่ The Corner House Bangkok เขาทำพื้นที่ออกมาเป็นมู้ด Industrial Loft ปูนเปลือย โครงเหล็ก เท็กซ์เจอร์ไม้ และโต๊ะลายหินอ่อน ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูเท่แบบไม่ต้องพยายาม แถมมีที่นั่งหลายมุม จะมาคนเดียวก็ชิล จะมานั่งเม้าท์กับเพื่อนก็ดี ทริคเล็กๆ สำหรับการไป Choco Project: เราชอบไปช่วงใกล้เที่ยงวันธรรมดาหรือบ่ายต้นๆ เพราะแสงสวย คนยังไม่แน่น เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่มถ่ายรูปง่าย และเลือกที่นั่งได้สบายกว่า ถ้าไปเสาร์-อาทิตย์แนะนำเผื่อเวลาไว้หน่อย เพราะคนคาเฟ่ฮอปปิ้งมาเรื่อยๆ เรื่องเมนู ถ้าอยากเริ่มแบบ “ชิมแล้วรู้เลยว่างานโกโก้จริง” ให้ลองสั่งเครื่องดื่มช็อกโกแลตสายเข้มก่อน แล้วค่อยตามด้วยของหวาน เราประทับใจที่หลายเมนูจะเน้นรสช็อกโกแลตและความหวานแบบกลมกล่อม (ไม่หวานโดด) อย่าง Choco Gold Caramel ที่เขาบอกว่าเป็นแนว non-syrup ดื่มง่าย หอมคาราเมลธรรมชาติ ถ้าใครไม่ชอบหวานมาก แนะนำให้บอกพนักงานว่าอยากได้หวานน้อย/ปรับระดับความหวาน (ถ้าทำได้) จะยิ่งบาลานซ์ดี ฝั่งของหวาน เมนูอย่าง The OG Tiramisu เป็นตัวที่เราว่าเหมาะกับคนอยากได้ความฟินแบบ “ช็อกโกแลต+โกโก้” ชัดๆ มาในแก้วทรงสวย โรยผงโกโก้เข้มข้นด้านบน ตักแล้วได้หลายเลเยอร์ กินคู่กับเครื่องดื่มช็อกโกแลตยิ่งไปกันได้ดี (ถ้ากลัวเลี่ยน แนะนำสลับจิบเครื่องดื่มแล้วค่อยตักทีรามิสุ จะเพลินมาก) อีกอย่างที่ชอบคือเขามีเมนูให้เลือกพอสมควร ทั้งขนมและเครื่องดื่ม และถ้าใครอยากซื้อกลับบ้านก็ทำได้ มีถุงกระดาษให้ดูเรียบร้อย เหมาะกับซื้อเป็นของฝากเล็กๆ หรือหิ้วกลับไปกินต่อ สรุปสำหรับคนที่ค้นหา Choco Project: ที่นี่เป็นมากกว่าป๊อปอัพขายช็อกโกแลต เพราะบรรยากาศน่านั่งและคอนเซ็ปต์ชัด ใครเป็นสายโกโก้เข้ม/ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ แนะนำให้ปักหมุดไปลองก่อนหมดโปรเจกต์ (ถึง 4 ม.ค. 2026) และอย่าลืมเช็กวันปิดวันจันทร์กับเวลาเปิด-ปิด (อังคาร-อาทิตย์ 11.00-19.00) เผื่อไปแล้วไม่เสียเที่ยว