พี่ทามพอแล้ว! มาดูกันว่าพี่ทำผิดกฎหมายจราจรข้อไหนบ้าง?
กรณีไวรัล รถตู้ทึบไล่ประกบรถฟอร์ดบนถนนสาธารณะ
ไม่ว่าฝ่ายไหนเริ่มก่อน แต่พฤติกรรม “ไล่ บีบ ปาด ข่มขู่”
เข้าข่ายอันตรายต่อผู้ใช้ทางคนอื่น และผิดกฎหมายหลายข้อชัดเจน
ถนนมีไว้ให้เดินทาง ไม่ใช่เวทีเอาชนะกันด้วยคันเร่ง
เพราะวินาทีที่คุณคิดว่า “เดี๋ยวรู้เรื่อง” เพราะกฎหมายเขียนไว้แล้วว่าคุณผิด!
⚖️ ข้อกฎหม ายที่เกี่ยวข้อง (กฎหมายจราจรไทยที่ใช้บังคับปัจจุบัน)
1️⃣ ขับรถโดยประมาท น่าหวาดเสียว
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) ห้ามขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น
เช่น ไล่รถ, บีบเลน, ขับจี้ท้าย, ปาดหน้า
💸 โทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท
🚗 อาจถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่
2️⃣ ใช้รถข่มขู่ คุกคามผู้อื่นบนถนน เข้าข่าย ขับรถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือทรัพย์สิน
💸 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
📄 พัก / เพิกถอนใบขับขี่
3️⃣ กีดขวางการจราจร / เจตนาขัดขวางผู้อื่น เช่น ขับปิดหน้า ไม่ให้แซง หรือบังคับให้หยุดรถ
💸 โทษปรับไม่เกิน 500 - 2,000 บาท (แล้วแต่พฤติการณ์)
4️⃣ หากเกิดอุบัติเหตุจากการไล่รถ จะเข้าข่าย ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
⚠️ โทษหนักขึ้นถึงขั้น ปรับ จับ จำคุก
🔹 มาตรา 390
กระทำ โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
โทษ 💸 ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ⛓️ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
🔹 มาตรา 291 (ถ้ามีผู้เสียชีวิต) ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
โทษ ⛓️ จำคุกไม่เกิน 10 ปี 💸 ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
🚗 ความผิดตามกฎหมายจราจร (เพิ่มเติม)
- พักใช้ / เพิกถอนใบขับขี่
- ถูกบันทึกประวัติเป็นผู้ขับขี่อันตราย
- อาจถูกสั่งอบรม หรือสอบใหม่
💥 ความรับผิดทางแพ่ง (เงินจ่ายจริง)
ถ้าศาลชี้ว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ข้อมูล: กรมขนส่งทางบก, ประมวลกฎหมายอาญา(2566-2569), สนง.ตำรวจเเห่งชาติ(2567-2569)
ภาพจากไวรัลรถตู้ทึบสีขาวไล่ประกบรถฟอร์ดสีดำบนถนนสะท้อนให้เห็นว่าการใช้รถข่มขู่หรือไล่ขับบนถนนสาธารณะไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนอกจากสร้างความไม่ปลอดภัยแล้วยังผิดกฎหมายหลายข้อโดยตรง เช่น การขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวที่มีโทษปรับสูงสุด 4,000 บาทและอาจโดนพักใบขับขี่ หรือการใช้รถข่มขู่ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาทและอาจถูกเพิกถอนใบขับขี่ตามมา ทำให้การขับรถบนท้องถนนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและการเคารพสิทธิของผู้อื่น นอกจากนี้ การกีดขวางจราจรอย่างจงใจ เช่น การขับปิดหน้า หรือกีดกันไม่ให้แซง มีโทษปรับ 500 - 2,000 บาท ซึ่งแม้โทษจะไม่หนักเท่าไหร่แต่หากสะสมพฤติกรรมแบบนี้ก็มีผลต่อการบันทึกเป็นประวัติผู้ขับขี่อันตรายและอาจถูกสั่งอบรมเพิ่มเติมได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุจากพฤติกรรมไล่ขับ อาจมีความผิดฐานประมาทจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย หรือเสียชีวิต ทั้งนี้กฎหมายมีโทษสูงถึงจำคุก นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามแพ่งอีกด้วย จากเหตุการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าการใช้รถยนต์ต้องรับผิดชอบทั้งต่อกฎหมายและต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน การขับรถแบบใจร้อนหรือข่มขู่ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อโทษทางกฎหมายแต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จริง ดังนั้นควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังและมีจิตสำนึกเพื่อสังคมจราจรที่ปลอดภัยและสงบสุข
