EP.3 ปิดท่อระบายน้ำ
เวลาเจอปัญหา “ปิดทางน้ำไหล/ปิดท่อระบายน้ำ” คนมักคิดว่าอยู่ในที่ดินตัวเองทำอะไรก็ได้ แต่จากแนวคำพิพากษาฎีกา (เช่น ฎีกาที่ 660/2564 ที่หลายคนค้นหา) ประเด็นสำคัญจริง ๆ คือ “ผลกระทบต่อที่ดินข้างเคียง” และ “สภาพทางน้ำเดิมตามธรรมชาติหรือทางระบายน้ำที่มีอยู่ก่อน” ค่ะ จากประสบการณ์ที่เจอบ่อย เคสจะคล้าย ๆ กันคือ ที่ดินแปลงหนึ่งอยู่สูงกว่า (น้ำไหลลงตามความลาดชัน) อีกแปลงอยู่ต่ำกว่า แล้วเจ้าของแปลงใดแปลงหนึ่งไปทำผนังกั้นน้ำ ปิดท่อระบายน้ำ ถมกลบลำราง หรือทำคันดิน จนทำให้น้ำระบายไม่ได้ เกิดน้ำท่วมขัง/กัดเซาะ/ทำให้เพื่อนบ้านเสียหาย ตรงนี้ความเสี่ยงคืออาจถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น แม้จะทำในเขตที่ดินของตนเองก็ตาม สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ “ปิดทางน้ำไหล” 1) ทางน้ำที่ว่าคืออะไร: เป็นลำราง/ร่องน้ำเดิมตามธรรมชาติ, เป็นท่อระบายน้ำเดิมที่ทำไว้เพื่อระบาย, หรือเป็นทางน้ำที่เพื่อนบ้านมาทำเองทีหลัง ถ้าเป็นทางน้ำเดิม/มีการใช้ระบายมาอย่างต่อเนื่อง การไปปิดมีโอกาสเกิดข้อพิพาทสูง 2) ระดับที่ดินและทิศทางการไหล: ถ้าที่ดินเราอยู่สูงกว่า น้ำจากเรามีแนวโน้มไหลไปที่ดินต่ำกว่าอยู่แล้ว การไปเปลี่ยนทิศทางหรือเร่งปริมาณน้ำ (เช่น ทำทางน้ำใหม่ให้ไหลแรงขึ้น) ก็เสี่ยงเหมือนกัน 3) หลักฐานก่อนเกิดเหตุ: ถ่ายรูป/วิดีโอสภาพทางน้ำเดิม จุดท่อ จุดลำราง ระดับพื้น และความเสียหายที่เกิดขึ้น เก็บวันที่ให้ชัด เพราะเวลาคุยกันหรือถึงขั้นร้องเรียน หลักฐานช่วยได้มาก ถ้าเป็นฝ่ายได้รับผลกระทบ (เช่น น้ำท่วมเพราะอีกฝั่งปิดท่อ) ฉันมักแนะนำให้เริ่มแบบนุ่มก่อน: คุย ขอให้เปิดทางระบายชั่วคราว แล้วค่อยทำหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังไม่แก้ค่อยไปที่เทศบาล/อบต.ให้ช่วยดูเรื่องทางระบายน้ำ หรือปรึกษาทนายเพื่อประเมินการเรียกค่าเสียหาย/ขอให้ศาลสั่งให้แก้ไข ถ้าเป็นฝ่ายจะก่อสร้าง/ถมดิน/ทำรั้วแล้วกังวลเรื่องน้ำ แนะนำทำ “ทางระบายน้ำทดแทน” ให้เหมาะสม เช่น ทำท่อ/รางระบายที่เพียงพอ ไม่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน และทำข้อตกลงกับข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ จะลดโอกาสกลายเป็นคดี “ปิดทางน้ำไหล” ได้เยอะค่ะ































