คุณชูวิทย์โพสต์ถึงพรรคส้ม

แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง

.

พรรคส้มเป็นพรรคที่ขยันขันแข็ง มีพลังเหลือเฟือในการหาเสียง ไม่ว่าเวทีปราศรัย หรือเดินเท้าตามตลาด

.

พรรคอื่นขยันสู้ไม่ได้ บางพรรคหายไปด้วยซ้ำ

.

แต่ความขยันลงพื้นที่ ทำให้ต้องไปเจอชาวบ้านไถ่ถามมาก ถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพรรคส้มจะทำ

.

เมื่อไหม (สิริกัญญา ตันสกุล) เดินหาเสียงตามตลาด จึงเจอคำถามซื่อๆ ง่ายๆ ของลุงร้านกรอบพระที่ถามว่า

.

“ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง มัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ?”

.

ไหมได้พยายามยืนชี้แจงให้ลุงฟัง แต่คำพูดของไหมเหมือนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ได้ยินครั้งเดียวแล้วหาย

.

แม้จะอธิบายหลักการว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาต่างๆ นานา

.

แต่ลุงไม่รับฟัง ยังย้อนถามแค่สั้นๆ แต่โดนใจ “แก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อนไม่ดีกว่าหรือ?“

.

ไหมยังพยายามอธิบายชี้แจงให้ฟัง เหมือนลุงเป็น ”ฝ่ายค้าน“ และไหมเป็น ”รัฐบาล“ ที่กำลังตอบโต้กันให้เข้าใจ

.

แท้จริงแล้วเสียงของลุงชาวบ้าน คือเสียงสะท้อนอย่างแท้จริงของประชาชนคนเดินดินทั่วไป ที่นักการเมืองจะต้องรับฟังเท่านั้น

.

ไม่มีหน้าที่ไปโต้เถียง เสนอความเชื่อของตัวเองให้ชาวบ้านไปเชื่อตามด้วย

.

หลายงานผิดคิวที่พรรคส้มพยายามตามตื๊อชี้แจงให้ชาวบ้านฟังด้วยระยะเวลาสั้นๆ

.

ต้องยอมรับว่ายังไกลเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะตามทัน

.

แต่ความเชื่อความศรัทธาในการเมืองใหม่ อย่างที่บรรดาอาจารย์ นักวิชาการ พยายามนำเสนอให้ธนาธร ผ่านนักการเมืองใหม่พรรคส้ม คือ

.

“ทำเรื่องใหญ่ไปหาเรื่องเล็ก ทำเรื่องไกลไปหาเรื่องใกล้”

.

การแก้รัฐธรรมนูญอยู่ห่างไกลจากความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาดมากกว่าปัญหาปากท้อง

.

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือท้องอิ่มก่อน อันถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด

.

ธนาธร ไหม เท้ง เอาแต่ทำเรื่องใหญ่ๆ อย่างลดขนาดกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญ จนเลยไปถึงการแก้ ม.112 ที่กลายเป็นเรื่องตั้งแต่คราวที่แล้ว

.

แม้ครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญห้ามใช้เรื่อง ม.112 เป็นนโยบายหาเสียง แต่ไม่ได้ห้ามไปถึงการแก้ไขในสภา

.

พรรคส้มก็ยังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่าหากได้เป็นเสียงส่วนมาก เป็นรัฐบาลในรอบหน้า จะมีการผลักดันให้แก้ไข ม.112 ในสภา หรือไม่?

.

นี่ก็ยังไม่ทำให้ประชาชนไว้วางใจได้

.

หาเสียงรอบนี้ก็มุ่งแต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งถูกพรรคน้ำเงินหักหลังมา แต่เรื่องปากท้องกลับกลายเป็นเรื่องเล็กตามหลัง

.

ตามสไตล์ธนาธร “เรื่องใหญ่ๆ เราทำ เรื่องเล็กๆ เราไม่นำเสนอ“

.

ลุงประชาชนคนเดินดินจึงมองเห็นว่า “ควรแก้จากเรื่องเล็กไปเรื่องใหญ่”

.

เอาเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่เดือดร้อนก่อน อย่างเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ การค้าขาย

.

นี่คือความไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่ลุงไม่เข้าใจที่ไหมชี้แจงให้ลุงเปลี่ยนความคิด

.

มันเป็นไหมเองต่างหากที่ไม่เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจชาวบ้านธรรมดา

.

เมื่อนักการเมืองลงพื้นที่ คำพูดที่สะท้อนออกมาจากชาวบ้านมันซื่อๆ ตรงๆ ชัดเจนที่สุดแล้ว

.

หากไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน เมื่อไหมและพรรคส้มได้เป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐบาล จะไปทำงานเข้าใจประชาชนได้หรือ?

.

มันเป็นโจทย์สำคัญที่พรรคส้มต้องมองให้ออก ว่าจะครองใจคนส่วนมากได้อย่างไร หากคิดอยากให้ประชาชนโหวตเสียงให้เป็นพรรคเดียวจัดตั้งรัฐบาล

.

เที่ยวนี้มันยากนะครับ ไม่ได้หาเสียงง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ

.

พรรคส้มไม่ได้เป็น ”ของใหม่“ ในสายตาของคนไทยที่จะลองให้โอกาส

.

แต่กลายเป็น “ของแสลง” ที่สังคมเคลือบแคลงใจไปเสียแล้ว

1/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านตามตลาดและชุมชน พบว่าสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่มองหาไม่ได้ใช่เรื่องรัฐธรรมนูญที่ซับซ้อน แต่มักเป็นเรื่องปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน เช่น รายได้ การค้าขาย สวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีผลต่อความเป็นอยู่โดยตรงและสร้างความกังวลใจมากกว่าปัญหาการเมืองใหญ่ๆ นักการเมืองที่ลงพื้นที่และพูดคุยกับชาวบ้านจริงๆ จะเห็นได้ว่าคำถามและข้อกังวลหลักส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากกว่า การเน้นแต่ประเด็นรัฐธรรมนูญโดยไม่ตอบสนองปัญหาปากท้องทันทีอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกว่าพรรคไม่ได้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชน นอกจากนี้ การสื่อสารและการชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายสำคัญเช่นมาตรา 112 ต้องทำอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย เพื่อไม่ให้ผู้ฟังรู้สึกว่าข้อความนั้นเหมือนข่าวสารที่ถูกโยนทิ้งไปโดยไม่เกิดการรับรู้หรือแสดงออกถึงความใส่ใจในชีวิตประจำวัน พรรคการเมืองใหม่ที่อยากครองใจประชาชนควรตั้งหลักฟังเสียงจากฐานรากและวางนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้ารวมถึงวางแผนระยะยาวอย่างชัดเจน มีการสื่อสารที่สร้างความเชื่อมั่นว่าพรรคเข้าใจและพร้อมแก้ไขปัญหาในทุกมิติ เพราะถ้าขาดการตอบความต้องการพื้นฐานเหล่านี้ อาจทำให้ประชาชนเห็นว่าพรรคห่างไกลจากชีวิตจริงและเป็นเพียงการเมืองเรื่องใหญ่ที่ยากต่อความเข้าใจ ดังนั้น การบริหารจัดการภาพลักษณ์และนโยบายที่ใส่ใจทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็กไปพร้อมกันเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พรรคส้มหรือพรรคใหม่ๆในวันนี้ สามารถสร้างความไว้วางใจ และก้าวผ่านความเคลือบแคลงใจในสายตาประชาชนได้อย่างแท้จริง