21 พค.69

‘อนุทิน’ สวนกลับ ’เท้ง‘ “แค่นี้ยังไม่รู้เลย การบริหารประเทศทำอย่างไร แค่นจะมาวิจารณ์” หลังขอให้ทบทวนการดึงคณะองคมนตรี ร่วมประชุมบอร์ดภัยแล้ง ย้ำ ไม่ใช่ประชุมหรือสั่งการ แต่เป็นการนำเสนอผลงาน เป็นวิถีปฏิบัติปกติ ซัด ”แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา และวุฒิภาวะ“

วันที่ 21 พ.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ขอให้ทบทวนการนำคณะองคมนตรีร่วมประชุมบอร์ดภัยแล้ง ว่า ก็เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาเกือบ 10 ปีแล้ว เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การประชุมอะไร เป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานทั้งหลาย

นายอนุทินกล่าวว่า ตนเชื่อว่า คณะองคมนตรีแต่ละท่าน จะต้องไปรับผิดชอบในการดูแลพี่น้องประชาชนของแต่ละท่าน ในแต่ละภูมิภาค หลายท่านก็เป็นผู้บริหารระดับสูงในแวดวงราชการมาก่อน ท่านก็คงเห็น ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่ดีด้วย ที่เราได้นำเสนอ และรับฟังความเห็นของผู้ที่มีประสบการณ์อย่างล้นเหลือ

เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ ใช้คำว่า อย่าห้อยโหนดึงฟ้าลงมาต่ำ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่เคยครับ มีแต่คนที่พูดละมั้ง พยายามอยู่เรื่อย เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น อย่าไปสนใจในเรื่องของโวหารหรือเรื่องของเจตนารมณ์ พี่น้องประชาชนเข้าใจดีว่า เขาทำเรื่องนี้เพื่ออะไร และความเห็นทั้งหมดที่พูดมาก็ผิดหมด มันไม่ใช่การประชุม ไม่ใช่การสั่งการ ไม่ใช่เป็นการก้าวก่ายการทำงานของแต่ละภาคส่วน

“แค่นี้ยังไม่รู้เลยว่าการบริหารประเทศทำยังไง และแค่นจะมาวิพากษ์วิจารณ์ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา และวุฒิภาวะ“ นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

#อนุทิน

#เท้งณัฐพงษ์

5/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการบริหารประเทศในระดับสูงนั้น จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและวุฒิภาวะสูง เพื่อให้นโยบายและการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีของคณะองคมนตรีที่ถูกเชิญมาร่วมประชุมบอร์ดภัยแล้ง ถือเป็นวิถีปฏิบัติที่มีมายาวนานเกือบสิบปีแล้ว ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยทำงานในภาคราชการและได้เฝ้าสังเกตการบริหารงานของรัฐมนตรีในหลายโอกาส เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการนำเสนอผลงานและรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารที่มีประสบการณ์ตรงในแต่ละภูมิภาค เพราะจะช่วยทำให้การจัดการกับปัญหาเฉพาะถิ่นเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย แต่ก็ต้องพิจารณาถึงข้อมูลและกระบวนการทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ยิ่งสำหรับกรณีนี้ซึ่งไม่ได้เป็นการประชุมเชิงสั่งการหรือก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานใด การตระหนักถึงบทบาทและขอบเขตของแต่ละฝ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้มีประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อพัฒนาวิธีการจัดการภัยแล้งและปัญหาท้าทายอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ท้ายที่สุด การเปิดโอกาสให้คณะองคมนตรีได้เข้ามาร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็นเป็นการนำภูมิปัญญาร่วมกันมาใช้ประโยชน์ ทั้งยังเป็นการเพิ่มความรอบคอบและความสมดุลในการบริหารประเทศ ที่สำคัญคือช่วยเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างฝ่ายบริหารกับประชาชนอย่างแท้จริง