25 พค.69
‘89 สว.’ แถลงประณาม ‘ณัฐพงศ์’ กล่าวหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร’ ชี้ เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด จี้ ‘ขอโทษ’ ภายใน 3 วัน หากเพิกเฉย จะดำเนินการทางกฎหมาย ด้าน ‘พิสิษฐ์’ ยัน สมาชิกวุฒิสภา ยันไม่ได้อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงิน-ระบอบฉ้อฉล ซัด ‘เท้ง’ ยุยงปลุกปั่น บอก ปมให้ขอโทษ ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจโหวตแก้รัฐธรรมนูญ ย้อนถาม ‘พรรคประชาชน’ เจตนาแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หลังที่ผ่านมาโจมตี สว. ต่อเนื่อง พร้อม ยืนยัน คงเงื่อนไขใช้เสียง สว. 1 ใน 3-ห้ามแตะหมวดเกี่ยวกับสถาบันฯ
วันที่ 25 พ.ค.69 สมาชิกวุฒิสภากว่า 89 คน นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา แถลงประณามกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าวุฒิสภาชุดนี้ เป็นวุฒิสภาสีน้ำเงิน และเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เป็นมรดกจากการทำรัฐประหาร
โดยนายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาไม่เป็นความจริง เพราะการพูดของนายณัฐพงษ์ถือเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด และขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ออกมาแถลงโทษต่อวุฒิสภา หากนายณัฐพงษ์ไม่ดำเนินการภายใน 3 วัน สมาชิกวุฒิสภาจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องวุฒิสภา จากการกระทำของนายณัฐพงษ์ ที่มีเจตนาทำลา ยวุฒิสภาด้วยการทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ศรัทธาต่อองค์กรวุฒิสภา ซึ่งเป็นสถาบันหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ว่าวุฒิสภาเป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญปี 60 นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ทำประชามติจากประชาชนและมีการเลือกตั้งทั่วไปถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 ซึ่งพรรคของนายณัฐพงษ์ ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ยอมรับและส่งตัวแทนรับเลือกตั้งตามกติการัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเมื่อปี 66 เพราะขอให้นายณัฐพงษ์ก็ได้รับเลือกตั้ง และได้สมาชิกมาเป็นอันดับ 1 ที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชนได้ลงประชามติให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ จึงเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นลักษณะมรดกของรัฐประหาร ตามที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาและการที่พรรคของของนายณัฐพงษ์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทำให้พยายามออกมาทำร้ายและยุยงปลุกปั่น ให้ประชาชนเข้าใจผิด
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันเกิดมาจากการเลือกตั้งกันเองของกลุ่มอาชีพ แม้จะมีผู้กล่าวหาในเรื่องกระบวนการเลือก แต่ก็เป็นธรรมดาของการตรวจสอบตราบใดที่องค์กร ผู้มีอำนาจและศาลยังไม่ได้พิพากษาเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคนผ่านกระบวนการเลือกมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาได้ปฎิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างเป็นกลางและอิสระ มีความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม ไม่เคยมีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือนแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้ามนายณัฐพงษ์ ได้พยายามให้ร้ายเกี่ยวกับที่มาและการปฎิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งไม่เป็นความจริงจึง ถือว่านายณัฐพงษ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกติกาการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา และการปฎิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ย้ำว่าสมาชิกวุฒิสภามาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย สมาชิกวุฒิสภาทุกคนถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยองค์กรอิสระซึ่งสมาชิกบางคนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยศาล ดังนั้นการกล่าวหาว่าประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนพวกเราไม่ได้ จึงเป็นความเท็จ เป็นความบิดเบือนความจริงด้วยเจตนาที่ให้ร้ายต่อองค์กรวุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญซึ่ง เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ อธิบายให้ชัดเจนว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันใด หรือใคร
“หากนายณัฐพงษ์มีเจตนาที่จะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงการกล่าวหาสถาบันใด บุคคลใด ต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้สำบัดสำนวน หรือโวหารที่ต้องการให้มีการตีความ แปลความ จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดทำให้เกิด ความเสียหาย กับสมาชิกวุฒิสภา องค์กร อิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติใคร หรือสถาบันการเมืองใด ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือนแต่อย่างใด การกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่สบายใจ และเสียใจ เพราะนายณัฐพงษ์ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา แต่กลับมากล่าวหาสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ด้วยความเท็จ มีเจตนาให้ร้ายสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจน”นายพิสิษฐ์ กล่าว












