ตอบกลับ @จิรวฑฺฒนา สาวิกา🪷☘️🪷 ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ ถ้าผมแนะนำ ส่วนตัวผมแนะนำ แดดช่วงเช้า 6-8 โมงครับ เพราะ เป็น การ เซ็ท นาฬิกา ชีวิต ที่เรียกว่า Circadian Rhythm ครับ จะช่วยให้ คุณภาพ การนอน ตอนกลางคืนเราดีขึ้นครับ พอนอนดี ร่างกายซ่อมแซม เสริมสร้าง โดยเฉพาะ ภูมิคุ้มกันได้ดี ครับ แล้ว ยังช่วยให้เราหลั่งฮอร์โมน serotonin ทำให้อารมณ์ดี สมองโล่งครับ แต่ในแง่วิตามินดี 3 ก็ยังได้อยู่ครับ ถึงจะได้ในปริมาณที่ไม่เยอะมากแต่ผมว่าปลอดภัยกว่าเราไปรับแดดช่วง 10.00-14.00 น ที่ วิตามินดี 3 เยอะ แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่อง มะเร็งผิวหนัง ผิวคล้ำ ไหม้ ด้วยครับ แต่ยังไง อาจจะต้องลองทำแล้วสังเกตุตัวเอง จนเจอช่วงเวลาที่ดีที่สุดครับผม
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการรับแสงแดดในช่วงเช้าตรู่ ระหว่าง 6-8 โมงเช้า นอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว ยังช่วยจัดตั้งนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับในตอนกลางคืนและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ผมเองเคยลองรับแดดในช่วงเวลาต่างๆ พบว่าช่วงเช้าแสงแดดไม่แรงจนเกินไปทำให้ไม่รู้สึกแสบผิวหรือร้อนจนเกินไป ต่างจากช่วง 10.00-14.00 น. ที่แม้จะได้วิตามินดีเยอะ แต่มีความเสี่ยงเรื่องผิวไหม้และมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น ผิวคล้ำและหยาบกร้านตามมา ซึ่งผิวของแต่ละคนอาจตอบสนองได้ต่างกัน ดังนั้นการสังเกตตัวเองจึงสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้ แสงแดดยามเช้าช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน serotonin ซึ่งทำให้อารมณ์แจ่มใสและสมองปลอดโปร่ง ทำให้วันนั้นรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นและนอนหลับได้ลึกขึ้นในเวลากลางคืน สำหรับคนที่ยังกังวลเรื่องการได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ หรือมีผิวที่ไวต่อแสง สามารถเสริมวิตามินดีด้วยอาหารเสริมได้เป็นทางเลือกเสริม แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับแดดจ้าในช่วงสายถึงบ่ายเพื่อลดความเสี่ยงต่อผิว ในฐานะคนที่ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ผมแนะนำให้ลองรับแสงแดดในช่วงเช้าอย่างสม่ำเสมอและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสภาพผิว เพื่อค้นหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

