ทำไมถึงไม่ควรกินอิ่ม

ทำไมถึงไม่ควรกินอิ่ม!?

เมื่อคนเราอิ่มไม่เท่ากัน แล้วกินข้าวอิ่มแค่ไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ

.

〰️ศาสตร์ของจีนโบราณมีในรูปแบบของวลีที่ว่า "ชีเฟินเป่า" 七分饱 Qī fēn bǎo หรือว่า "อิ่ม 7 ส่วน" (70% ของกระเพาะ)

〰️ แนวคิดกินแบบโอคินาว่า

腹八分目(Hara Hachi Bu)

หรือ "กินให้อิ่มแค่ 80%"

หนึ่งใน "ความลับของการอายุยืน"

.

เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเน้นการควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานให้เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป

.

ซึ่งช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบาย ไม่หนักท้อง และระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

.

โดยเหลือพื้นที่ในกระเพาะไว้ประมาณ 20-30% ช่วยให้ร่างกายมีพื้นที่สำหรับการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

 

ผลเสียของการกินจนอิ่มเกินไป

* ระบบย่อยทำงานหนัก: ทำให้กระเพาะอาหารต้องหลั่งกรดและน้ำย่อยออกมามาก ส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย

* เสี่ยงโรคกรดไหลย้อน: เมื่อกระเพาะเต็มเกินไป จะเพิ่มแรงดันทำให้หูรูดหลอดอาหารทำงานผิดปกติ ส่งผลให้กรดไหลย้อนขึ้นมา ทำให้แสบร้อนกลางอก เจ็บคอ หรือเสียงแหบ

* ทำให้อ้วนและไขมันสะสม: อาหารที่มากเกินความจำเป็นจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมง่ายขึ้น เสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง

* ง่วงซึมและเหนื่อยล้า: ร่างกายต้องใช้พลังงานจำนวนมากไปกับการย่อยอาหาร แทนที่จะเอาไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้รู้สึกง่วง อ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า Food Coma

* ส่งผลเสียต่อการนอนหลับ: การกินอิ่มช่วงดึกทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น เนื่องจากร่างกายยังต้องทำงานย่อยอาหารอยู่ 

*

วิธีปรับพฤติกรรมการกิน

* กินช้าๆ เคี้ยวละเอียด: สมองใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีในการสั่งการว่า "อิ่ม" การกินช้าจะช่วยให้เราอิ่มพอดี ไม่กินเกิน

* หยุดเมื่ออิ่ม 70-80%: อิ่มแค่พอดีไม่แน่นท้อง หรือเหลือพื้นที่กระเพาะไว้บ้าง

* แบ่งมื้อเล็กๆ: หากหิวจัดให้แบ่งกินมื้อเล็กๆ แทนการอัดมื้อใหญ่มื้อเดียว 

การลดปริมาณอาหารลงเพียงเล็กน้อย แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นและสุขภาพในระยะยาวดีขึ้น

#chashares #ชาแชร์ #อาหารสุขภาพ #ลดไขมันสร้างกล้ามเนื้อ #ออกกำลังกาย

5/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ลองปรับวิธีการกินให้อิ่มเพียง 70-80% ตามแนวคิดของศาสตร์จีนและโอคินาว่า ทำให้รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นจริงๆ อาการแน่นท้องและท้องอืดลดลงอย่างชัดเจน การกินช้าๆ เคี้ยวอาหารละเอียดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสมองจะมีเวลารับรู้ได้เต็มที่ว่าร่างกายเริ่มอิ่มแล้ว จึงไม่ต้องกินเกินความจำเป็น นอกจากนี้ การเหลือพื้นที่ในกระเพาะอาหารประมาณ 20-30% ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลังงานในการทำกิจกรรมมากกว่าเดิม และไม่รู้สึกง่วงซึมหลังอาหารเหมือนแต่ก่อนที่กินเต็มที่ ผมยังลองแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ แทนที่จะกินมื้อใหญ่มื้อเดียว วิธีนี้ช่วยลดความหิวโหยและไม่กินจนอิ่มเกินไป อีกทั้งยังทำให้ระบบเผาผลาญงานได้ดีขึ้น และสามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้นในระยะยาว ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ากินได้น้อย แต่ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะปรับตัวและความอยากอาหารก็จะลดลง การกินอิ่มพอดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนและโรคอ้วน แต่ยังส่งผลดีต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพโดยรวมอีกด้วย หากใครต้องการลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ขอแนะนำให้เริ่มจากการกินช้าๆ เคี้ยวละเอียด และพยายามหยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่มประมาณ 70-80% เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสรับและดูดซึมสารอาหารอย่างเต็มที่ โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักท้อง การเริ่มต้นแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืนครับ