9/30 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเรียกรวม ๆ ว่า “มัน” เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมันหวาน/มันเทศ, มันม่วง และมันฝรั่ง ให้สารอาหารและผลต่อร่างกายต่างกันพอสมควรค่ะ ถ้าตั้งใจคุมหุ่นหรืออยากเลือกคาร์บให้เหมาะ ลองดูวิธีเลือกแบบที่ฉันใช้ประจำ 1) มันหวาน หรือมันเทศ (Sweet potato) - จุดเด่น: เบต้าแคโรทีนสูง (ช่วยเรื่องผิวและสายตา) เนื้อนุ่มหนึบ อิ่มท้องดี - เหมาะกับ: คนอยากได้คาร์บที่อิ่มนาน กินแทนข้าวบางมื้อ หรือกินก่อนออกกำลัง - วิธีทำที่ฉันชอบ: นึ่ง/อบทั้งหัว จะได้ความหวานธรรมชาติ ไม่ต้องเติมน้ำตาล 2) มันม่วง - จุดเด่น: เป็น “มันหวานชนิดหนึ่ง” แต่มีสารสีม่วงคือแอนโธไซยานิน ช่วยเรื่องหลอดเลือดหัวใจ และมักหวานน้อยกว่ามันหวานเนื้อส้ม - เหมาะกับ: คนอยากได้โพแทสเซียม และอยากเปลี่ยนรสชาติไม่ให้เลี่ยนหวาน - ทริค: ถ้าอยากได้ประโยชน์จากสีม่วงเต็ม ๆ ฉันจะเลือกอบ/นึ่งแบบไม่ปอกเปลือกหนาเกินไป และหลีกเลี่ยงการทอด 3) มันฝรั่ง - จุดเด่น: อยู่คนละตระกูลกับ “มันหวาน” (มันฝรั่งอยู่ตระกูลมะเขือ) เนื้อแน่น รสค่อนข้างจืด - ข้อควรระวัง: เมื่อ “ปรุงสุก” ดัชนีน้ำตาล (GI) อาจสูงขึ้น โดยเฉพาะแบบบด/ทอด ทำให้น้ำตาลขึ้นไวกว่า และถ้าทำเป็นเฟรนช์ฟราย/มันบดใส่เนยจะพลังงานสูงมาก - เหมาะกับ: คนอยากได้คาร์บก่อน-หลังออกกำลัง หรือใช้ทำอาหารคาวให้อิ่ม แต่ควรคุมปริมาณและวิธีปรุง ถ้าถามว่า “มันเทศช่วยลดน้ำหนักไหม?” สำหรับฉัน มันเทศ/มันหวานช่วยได้ในแง่ “ทำให้อิ่มและลดการกินจุกจิก” แต่หัวใจคือปริมาณและวิธีปรุง: เลี่ยงทอด เลี่ยงราดน้ำผึ้ง/น้ำตาลเพิ่ม และจับคู่กับโปรตีน (ไข่ อกไก่ ปลา เต้าหู้) + ผัก จะคุมแคลได้ง่ายขึ้น ส่วนคำถามที่หลายคนเสิร์ชบ่อยอย่าง “วิธีกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ลดความอ้วน” ฉันขอแชร์แบบตรงไปตรงมาว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันพลังงานสูงอยู่ดี (กินมากก็เกินแคลได้) ถ้าจะใช้จริง ๆ ให้ใช้ “แทน” ไขมันเดิมในมื้อ ไม่ใช่เติมเพิ่ม เช่น ผัดผักใช้ 1 ช้อนชา หรือผสมกาแฟ/สมูทตี้แค่เล็กน้อย แล้วดูภาพรวมทั้งวันว่าพลังงานไม่เกิน และยังได้โปรตีน-ผักครบ สรุปเลือกง่าย ๆ: - อยากได้เบต้าแคโรทีน/อิ่มนาน: เลือกมันหวาน(มันเทศ) - อยากได้สารสีม่วงดูแลหลอดเลือด: เลือกมันม่วง - อยากทำเมนูคาวอิ่ม ๆ แต่ต้องคุมวิธีทำ: เลือกมันฝรั่งแบบอบ/ต้ม มากกว่าทอด