เวลาในชีวีตมีน้อย
พระพุทธเจ้า
พุทธวจน
วัดนาป่าพง
พระอาจารย์คึกฤทธิ์
เวลาชีวิตของเราทุกคนมีจำกัดโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่เรามัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องที่ไม่สำคัญหรือรอคอยเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นทำความดี แต่พระอาจารย์คึกฤทธิ์จากวัดนาป่าพงได้สอนให้ตระหนักว่า "ไม่มีใครรู้ว่าเย็นนี้จะไม่พรากชีวิตเราไปเมื่อไหร่" นั่นหมายความว่าเราควรรีบเร่งสร้างความดีและความงามในชีวิตอย่างเต็มที่ทันที ตัวผมเองเคยปล่อยให้เวลาหมดไปโดยไร้ประโยชน์ จนได้ฟังคำสอนนี้จึงเริ่มตระหนักว่าเวลาที่เหลือนั้นมีค่าเพียงใด ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการทำความดีเล็กๆ น้อยๆ ในทุกวัน เช่น ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะแค่การให้คำปรึกษาหรือช่วยงานบ้านเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้แม้ดูเล็กน้อย แต่มันช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิตและทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากขึ้น สิ่งที่พระอาจารย์คึกฤทธิ์กล่าวว่า "การไม่มีคุณค่าแล้วเมื่อความสิ่งที่มีอยู่หมดไปเลย" เป็นเครื่องเตือนใจให้เราอย่าประมาทกับเวลาหรือทรัพยากรที่มี เพราะถ้าเราไม่รีบสร้างความดีหรือใช้เวลาที่มีอย่างมีประโยชน์ ชีวิตก็อาจผ่านไปโดยไม่มีความหมายเลย การนำหลักพุทธวจนมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การตื่นรู้ความจริงว่าเวลามีจำกัด และต้องตั้งใจสร้างความดีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เรามีชีวิตที่สุขสงบและมีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงเตรียมใจรับมือกับความตายอย่างสบายใจ เพราะได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและงดงามไว้ก่อนแล้ว ดังนั้น ทุกวินาทีที่เหลืออยู่ในชีวิตจึงควรใช้ให้คุ้มค่า ร่วมคิดและลงมือทำความดีทันที ไม่ปล่อยให้เวลาและโอกาสดีๆ หลุดลอยไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะชีวิตไม่รอใคร และความดีที่เราสร้างจะคงอยู่เป็นร่องรอยที่งดงามตลอดไป































