ROM - ดูแลข้อต่อให้แข็งแรง

โดยหลักการทางการแพทย์และกายภาพบำบัด การทำ ROM จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามความสามารถในการออกแรงของผู้ทำ ดังนี้ครับ:

1. Passive Range of Motion (PROM) - ขยับข้อต่อโดยผู้อื่นทำให้

• ลักษณะ: ผู้ทำไม่ได้ออกแรงเองเลย จะมีนักกายภาพบำบัด ผู้ดูแล หรือเครื่องจักร (CPM) เป็นผู้ขยับข้อต่อให้ทั้งหมด

• เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยที่ขยับตัวไม่ได้ อัมพาต อ่อนแรงมาก ไม่รู้สึกตัว หรืออยู่ในช่วงที่แพทย์สั่งห้ามออกแรงด้วยตนเอง (เช่น หลังผ่าตัดใหม่ๆ)

2. Active-Assistive Range of Motion (AAROM) - ขยับข้อต่อโดยมีผู้ช่วย/อุปกรณ์ช่วย

• ลักษณะ: ผู้ทำออกแรงขยับข้อต่อด้วยตนเองส่วนหนึ่ง แต่ยังมีแรงไม่พอที่จะทำได้จนสุดองศา จึงต้องอาศัยแรงพยุงจากนักกายภาพบำบัด, อุปกรณ์ (เช่น รอก ไม้พลอง ผ้าเช็ดตัว) หรือใช้แขน/ขาข้างที่ปกติของตนเองมาช่วยพยุง

• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่กล้ามเนื้อเริ่มมีแรงแต่ยังอ่อนแรงอยู่ หรือมีอาการปวดหากต้องต้านแรงโน้มถ่วงด้วยตนเองทั้งหมด

3. Active Range of Motion (AROM) - ขยับข้อต่อด้วยตนเอง

• ลักษณะ: ผู้ทำสามารถออกแรงขยับข้อต่อต่างๆ ได้เองจนสุดพิสัยการเคลื่อนไหวต้านแรงโน้มถ่วงได้ โดยไม่ต้องมีใครหรืออะไรช่วย

• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อปกติ แต่ต้องการป้องกันข้อติด (เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่นั่งทำงานนานๆ) หรือผู้ป่วยในระยะฟื้นฟูที่กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงแล้ว

#ป้ายยากับlemon8

6 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการทำ ROM อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีมีผลดีมากต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการเจ็บหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง การเริ่มด้วย Passive ROM เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถขยับข้อต่อได้เอง เช่น หลังผ่าตัดหรือผู้ป่วยอัมพาต เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ข้อแข็งหรือเกิดภาวะติดขัด จากนั้นเมื่อกล้ามเนื้อเริ่มมีแรงขึ้น การทำ Active-Assistive ROM จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยอาศัยแรงช่วยจากอุปกรณ์หรือฝ่ายดูแล ช่วยให้เราขยับข้อต่อได้จนสุดองศาโดยไม่เจ็บ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การขยับข้อต่อด้วยตนเองเต็มที่ เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงพอ การทำ Active ROM จะช่วยให้เรารักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่นของข้อต่อ ป้องกันการติดขัดและลดอาการปวด โดยเหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่นั่งทำงานนานๆ ทำให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น ข้อควรระวังคือการบริหารข้อต่อควรทำอย่างนุ่มนวล ต่อเนื่อง และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งควรทำช้า ๆ และหยุดทันทีเมื่อตรวจพบความเจ็บแปลบหรือไม่สบาย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ สุดท้าย ผมขอแนะนำให้ใครที่มีข้อจำกัดทางร่างกายหรืออาการปวดข้อ ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทำ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อตัวเองมากที่สุด

ค้นหา ·
ดูแลข้อให้แข็งแรง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ทริคดูแลตัวเอง 6 ข้อ 𓈒🧖🏻‍♀️🫧
1.ไม่ควนนอนดึก 💤 เพราะตื่นมาจะไม่สดชื่น อาจเกิดสิวขึ้นได้ 😴 ควรนอนให้ได้นอนก่อน 5 ทุ่ม และนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงจะดีมากกก 📱 งดจับมือถือก่อนนอน 30 นาทีจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ✨️ 2.ล้างหน้าให้สะอาด & ทากันแดดทุกวัน 💦 ล้างหน้าเช้า-เย็น เพื่อเอาสิ่งสกปรกและความมันออก ลดโอก
alusoulcrs𓈒♡

alusoulcrs𓈒♡

ถูกใจ 3838 ครั้ง

5 วิธี บำรุงหัวเข่า ให้แข็งแรง‼️
#บำรุงข้อ #ดูเเลข้อ #สุขภาพดี #เคล็ดลับสุขภาพ #ปวดเข่า
ครัว fooddoctor

ครัว fooddoctor

ถูกใจ 10 ครั้ง

📌 อิสระการเคลื่อนไหวเริ่มจากข้อต่อที่แข็งแรง‼️
#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #สุขภาพ #หมอโด่ง
Dr.หมอDong lรวมพลคนรักษ์สุขภาพ

Dr.หมอDong lรวมพลคนรักษ์สุขภาพ

ถูกใจ 3 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม