สภา กทม. ยกมือ 39 เสียง ไว้วางใจ ‘ส.ก. เนอส ภัทราภรณ์’ เป็นประธานสภา ชูนโยบายงบ กทม. โปร่งใส-เปิดเผยการลงมติ
ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครนัดแรก มีมติเลือก ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 ด้วยคะแนนเสียง 39 เสียง จาก ส.ก. ในที่ประชุม 50 เสียง โดยวิสัยทัศน์ของเธอที่มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลการทำงานของสภา กทม. ให้ประชาชนรับทราบ
มติของที่ประชุมสภา กทม. มีขึ้นหลังจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภา กทม. ร่วมกับคณะผู้บริหาร กทม. จากนั้นเวลา 10.00 น. ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการเลือกประธานสภา กทม. คนใหม่ โดย เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน เป็นสมาชิกที่อายุมากที่สุดในที่ประชุม ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว
⚈ ประชาธิปัตย์เสนอชื่อแข่ง โยนโจทย์แสดงวิสัยทัศน์
จากนั้น วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน และอดีตประธานสภา กทม. ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อภัทราภรณ์เข้ารับตำแหน่ง ขณะที่ สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อให้มีผู้เข้าแข่งขันเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เปรีบบเทียบกับ โดยกำหนดประเด็นคำถามเกี่ยวกับการบริหารสภาให้รองรับความหลากหล าย จากนั้นจึงเสนอชื่อ วิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชิงตำแหน่ง
ภัทราภรณ์แสดงวิสัยทัศน์เรื่องสภาโปร่งใส 4 ประการ ประกอบด้วย
1. การเปิดให้ถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะสามัญและวิสามัญ
2. การเปิดเผยบันทึกการลงมติโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอประธานสภา กทม. อนุญาต
3. การเปิดเผยสถิติการเข้าร่วมประชุมของสมาชิก
และ 4. การจัดตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำงานของสภาฯ
ด้านวิรัชแสดงวิสัยทัศน์โดยออกตัวว่า ไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า แต่จะอาศัยประสบการณ์การทำงาน โดยเปรียบเทียบการทำงานของกรุงเทพมหานครเป็น 3 ฟันเฟือง ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสภาฯ ซึ่งต้องทำงานให้สมดุลเพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนเองมีความเชื่อมั่นว่าสามารถทำหน้าที่ผู้นำได้ดี แต่ยอมรับว่าอาจมีบุคคลอื่นที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่า
⚈ เถียงกันเกือบชั่วโมงเรื่องวิธีลงมติ
อย่างไรก็ตาม ก่อนการลงคะแนน ที่ประชุมได้มีการอภิปรายถกเถียงเรื่องวิธีการลงมติ โดย อำนาจ ปานเผือก ส.ก. เขตบางแค พรรคประชาชน เสนอให้ลงคะแนนแบบเปิดเผย แต่ นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ แย้งว่า ควรลงคะแนนทางลับตามข้อบังคับปี 2528 เพื่อให้สมาชิกมีอิสระในการตัดสินใจ สมชาย เสสารัชตระกูล ส.ก. เขตสายไหม พรรคเพื่อไทย เตือนให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อป้องกันการฟ้องร้องทางกฎหมาย
“พวกผมเชื่อว่าอย่างไรท่านภัทราภรณ์ก็ได้เป็นอยู่แล้ว แต่เสนอชื่อแข่งมาเพราะอยากให้มีสีสัน” สมชายกล่าว
เมธาวี ประธานชั่วคราว ชี้แจงว่าเมื่อมีความเห็นต่างต้องใช้วิธีการขอมติจากที่ประชุม ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติให้ลงคะแนนแบบเปิดเผย ด้วยวิธีการยกมือพ้นศีรษะ แทนการกดปุ่มเครื่องออกเสียงลงคะแนน
⚈ คะแนน 39 เสียงส่ง ‘ส.ก. เนอส’ เป็นประธานสภา กทม. หญิงคนแรก
ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้ภัทราภรณ์ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานครด้วยคะแนน 39 เสียง ขณะที่วิรัชที่ได้รับ 7 เสียง ภัทราภรณ์ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมทันที พร้อมกล่าวขอบคุณสมาชิกและยืนยันเจตนารมณ์ในการพิจารณางบประมาณอย่างคุ้มค่าและการสร้างสภาที่โปร่งใส
“ขอยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณให้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภา กทม. ให้โปร่งใสมีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ในฐานะตัวแทนของประชาชนจากการเลือกตั้งทางตรงเหมือนกันกับเพื่อนสมาชิก เชื่อว่า พวกเราจะยกระดับสภา กทม. และทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นต่อไปอ ีก 4 ปีอย่างแน่นอน” ภัทราภรณ์กล่าวภายหลังขึ้นนั่งบัลลังก์
จากนั้นที่ประชุมได้ดำเนินการเลือกรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 และคนที่ 2 โดย ฉัตรชัย หมอดี ส.ก. เขตบางนา พรรคประชาชน เสนอชื่อ เนติภูมิ มิ่งรุ่งจิราลัย ส.ก. เขตบึงกุ่ม กลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 และ เอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก. เขตราชเทวี พรรคประชาชน เสนอชื่อนริสสร แสงแก้ว ส.ก.เขตบางเขน กลุ่มอิสระ เป็นรองประธานสภา คนที่ 2
ภาพ: ฐานิส สุดโต
การที่ ส.ก. เนอส ภัทราภรณ์ได้รับเลือกเป็นประธานสภากรุงเทพมหานครหญิงคนแรกนั้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความโปร่งใสในงานบริหารของ กทม. จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่ติดตามข่าวสารการเมืองท้องถิ่นพบว่า หลายครั้งที่ประชาชนรู้สึกว่าข้อมูลการทำงานของสภากรุงเทพฯ ขาดความชัดเจนและเข้าถึงได้ยาก ทำให้นโยบายโปร่งใส 4 ประการของประธานสภาคนใหม่ที่เน้นการถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยบันทึกการลงมติทันที เปิดเผยสถิติการเข้าร่วมประชุมของสมาชิก และการตั้งสำนักงานวิชาการสนับสนุนงานสภา นับเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาแสดงวิสัยทัศน์และการลงคะแนนเสียงแบบเปิดเผย แสดงถึงความตั้งใจในการบริหารอย่างโปร่งใสและยุติธรรม การที่ที่ประชุมเลือกใช้วิธีลงคะแนนด้วยการยกมือแทนการกดเครื่องออกเสียง สะท้อนถึงบรรยากาศที่โปร่งใสและเปิดกว้างต่อความคิดเห็นของสมาชิก รวมถึงการยอมรับความหลากหลายและความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสภา เพื่อให้งานสภานำไปสู่ประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง สำหรับคนที่สนใจติดตามประเด็นการเมืองและการบริหารท้องถิ่น การมีประธานสภาที่มุ่งเน้นเรื่องความโปร่งใสและการใช้งบอย่างคุ้มค่า เป็นสัญญาณที่ดีว่าการบริหารกรุงเทพมหานครจะมีความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเมืองหลวงของประเทศและสู่ความร่วมมือที่ราบรื่นในการทำงานของสภา กทม. ตลอด 4 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน









