6 กรกฏาคม 2569
นิสิตใหม่ ม.มหาสารคาม ติดเชื้อ ‘พยาธิใบไม้ตับ’ 4,233 คน หรือ 33 % ของนิสิตใหม่ ส่วนนักศึกษาราชภัฏมหาสารคาม ติดเชื้อ 380 ราย เสี่ยง ‘มะเร็งถุงน้ำดี’ ในอนาคต ผู้ว่าฯ สั่ง สสจ.ตรวจร้านส้มตำ ร้านอาหาร ใช้ ‘ปลาร้าดิบ’
วันที่ 6 ก.ค.2569 ที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นประธานการประชุมหารือการจัดงาน “มหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” มี รศ.ดร.น ิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและภาพลักษณ์องค์กร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มหาสารคาม ร่วม
นายสุขสรร ศิริสุริยะสุนทร หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.มหาสารคาม นำเสนอถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ จ.มหาสารคาม พบว่า จากการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ไป 20,000 คน พบมีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 11%
ขณะที่มีการตรวจคัดกรองนักศึกษาน้องใหม่ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2569 โดยมีการตรวจน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12,733 คน พบมีคนติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากถึง 4,233 คน คิดเป็น 33 %
ในขณะที่มีการตรวจคัดกรองน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 1,922 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 380 ราย หรือคิดเป็น 19%
นายชุมพิชญ์ ผู้ว่าฯมหาสารคาม สั่งการให้ สสจ.มหา สารคาม เร่งหามาตรการในการแก้ไขปัญหา หลังจากพบว่า เด็กรุ่นใหม่มีพฤติกรรมชอบกิน ‘ส้มตำ’ ใส่ปลาร้า และอาจจะเป็นปลาร้าที่ไม่ผ่านการตรวจจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยอาจมีการปนเปื้อน ‘ปลาร้าดิบ’ ที่มีไข่พยาธิอยู่ในปลาร้า และไข่พยาธิเข้าไปสู่ร่างกาย ทำให้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ หากปล่อยต่อไปอีก 15-20 ปี คนกลุ่มนี้จะป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี เกิดความเสียหายต่ออนาคตของชาติได้
นายชุมพิชญ์ กล่าวว่า จะมีการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการร้านส้มตำและร้านอาหารที่มีวัตถุดิบเป็นปลาร้า เข้ามาร่วมอบรมในโครงการ “มหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ส.ค. ในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเชิญชวนให้นิสิต มมส.เข้าร่วมโครงการอบรมเพื่อจะได้รู้เท่าทันในเรื่องการกินอาหารปลอดพยาธิ รวมถึงกา รปฏิบัติตัวในการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียนด้วย
นายชุมพิชญ์ ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ เพราะจากตัวเลขของนิสิตที่มีการตรวจคัดกรองพบว่ามีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากขนาดนี้ ซึ่งต้องหาต้นเหตุที่ทำให้ติดพยาธิ ก็คือมาจากอาหารที่กินเข้าไป หากพบว่าเกิดจากปลาร้าดิบก็จะต้องออกมาตรการควบคุมเรื่องการผลิตปลาร้าให้ถูกสุขอนามัย และปรุงสุกเพื่อที่จะปลอดพยาธิได้ และจะให้ สสจ.ออกไปตรวจสอบร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านส้มตำ เพื่อให้ความรู้ และหากร้านไหนใช้ปลาร้าสุกก็จะได้ให้ขึ้นป้ายว่า ‘ร้านนี้ปลาร้าสุก’ ปลอดภัย เพื่อจะให้เป็นทางเลือกกับนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในการเลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะร้านส้มตำที่ใส่ปลาร้า
รศ.ดร.นิตยา กล ่าวว่า ไม่คิดว่าน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนในปีการศึกษา 2569 จะมีคนติดพยาธิใบไม้ตับสูงขนาดนี้ อยากจะให้มีการคัดกรองนิสิตทุกคนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย พร้อมกับบุคลากรซึ่งมีกว่า50,000 คน เนื่องจากทุกคนน่าจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแทบทั้งหมด
ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน มีพฤติกรรมการกินส้มตำที่ใส่ปลาร้าและไม่รู้ว่าปลาร้าที่ใส่นั้นเป็นปลาร้าที่ผ่านการต้มให้สุก หรือได้มาตรฐาน อย.หรือไม่ รวมถึงต้องหามาตรการเร่งด่วน ด้วยการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในตลาดน้อย และโรงอาหารของมหาวิทยาลัย มาเข้าร่วมอบรมเพื่อจะได้รู้ว่าการทำอาหาร โดยเฉพาะปลาร้าดิบนั้นเสี่ยงปนเปื้อนพยาธิใบไม้ ซึ่งจะทำให้นิสิตติดเชื้อ และอาจจะป่วยเป็นมะเร็งในอนาคต



















