‘รองโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า’ ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ‘เหตุการณ์ยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี’ กล่าวหาเจ้าหน้าที่จัดฉาก ใช้ภาพจาก AI ใช้ประกอบการวิเคราะห์ ชี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ ขอไม่เผยแพร่-ขยายผล จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม เตรียมพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
วันที่ 23 ก.ค.69 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่า เหตุการณ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี เป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่ พร้อมนำภาพที่อ้างว่าถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ ว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ จึงไม่ควรนำมาเผยแพร่หรือขยายผล จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยบูรณาการการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และหน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ อาศัยพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ตามหลักวิชาการ จึงไม่อาจสรุปข้อเท็จจริงจากภาพเพียงภาพเดียว หรือการตีความบนสื่อสังคมออนไลน์ได้
ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพและวิดีโอได้อย่างแนบเนียน ขณะเดียวกัน ภาพจริงก็อาจถูกตีความคลาดเคลื่อนจากมุมกล้อง แสง เงา หรือคุณภาพของภาพได้เช่นกัน ดังนั้น การกล่าวอ้างว่า ภาพใดเป็นของจริงหรือของปลอม โดยไม่มีผลการตรวจพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ข้อสรุปที่น่าเชื่อถือ และไม่ควรนำมาใช้กล่าวหาหรือสร้างความเข้าใจผิดต่อบุคคลหรือหน่วยงานใด
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและส่งต่อข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดโดยไม่มีหลักฐานรองรับ เพราะนอกจากจะสร้างความสับสนและความแตกแยกในสังคมแล้ว ยังอาจกระทบต่อการสืบสวนสอบสวน และซ้ำเติมความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู ้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
ทั้งนี้ หากบุคคลหรือกลุ่มใดมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขอให้นำส่งพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม มากกว่าการเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ปราศจากหลักฐาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หน่วยงานของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ
ทั้งนี้ หากพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลบิดเบือนที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป











































