What kind of salesman are you?
More Than A Sales Technique (5)
From the last episode, I asked, what kind of salesman are you?
Today we come to answer.
Category 1 salesman
Most of them are novice salesmen.
Because there is still not much knowledge and experience.
So often say little, don't dare to comment.
And dare not decide
But this is the start of every salesman.
And with more experience,
It often develops into a second type of salesman.
Type 2 salesman
Once knowledge begins,
Is like a young footballer.
That uses full power but still lacks technique.
Sometimes raising passes but can't shoot
The closing of the sale is the same.
Sometimes there's no need to talk a lot.
Rhythm and timing are important.
The third type of salesman.
This is the best moment of the salesman.
Because you have knowledge and experience.
Understand the rhythm of speech.
And the rhythm of the closing sale.
The customer will feel that you are not a salesman, but you are the one who understands him.
A good salesman should develop himself into a category 3 salesman.
Be fast or slow, depending on intention, discipline, determination and goal.
Because the truth is, anyone can be a good salesman.
# Think about writing # Sales skills # The salesman # Sales # Target
การเป็นนักขายที่ดีไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมในความคิดผม การจำแนกนักขายออกเป็น 3 ประเภทตามบทความนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าการพัฒนาทักษะและประสบการณ์เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่น ผมเคยเป็นนักขายมือใหม่เหมือนนักขายประเภทที่ 1 มาก่อน รู้สึกว่าพูดน้อย กลัวที่จะตัดสินใจและแสดงความคิดเห็น เพราะไม่มั่นใจในประสบการณ์ตัวเอง แต่เมื่อผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานและการลงสนามขายจริงๆ ก็เห็นพัฒนาการของตัวเองที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปเหมือนนักขายประเภทที่ 2 ที่เริ่มมีความรู้และพลังเต็มที่แต่ยังขาดเทคนิค นี่คือจุดสำคัญที่ผมได้เรียนรู้ว่าเทคนิคการขาย เช่น จังหวะการพูด การฟังลูกค้า และวิธีปิดการขายนั้นสำคัญมาก และไม่ใช่แค่พูดมากๆ เท่านั้นที่ทำให้ปิดการขายได้ บางครั้งการพูดน้อยแต่เลือกใช้คำพูดอย่างเหมาะสมและตรงจุด จะสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าใจลูกค้าได้มากกว่า เมื่อตัวเองพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ก็เข้าสู่ระดับนักขายประเภทที่ 3 ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดจริงๆ เพราะนอกจากความรู้และประสบการณ์แล้ว ยังเข้าใจจังหวะและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จนลูกค้าไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นแค่คนขาย แต่เหมือนเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจเขาจริงๆ ความสำเร็จไม่ได้มาโดยบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจ วินัย ฝึกฝน และการมุ่งมั่นทำเป้าหมายให้ชัดเจนเสมอ ผมอยากแนะนำให้นักขายทุกคนเชื่อมั่นในตัวเองและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนล้วนมีศักยภาพที่จะเป็นนักขายที่ดีได้หากเปิดใจเรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง สรุปได้ว่า นักขายที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เข้าใจตัวเองและลูกค้า มีความรู้ควบคู่กับเทคนิค และรู้จักจังหวะการขายที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นเส้นทางการพัฒนาที่ทุกคนสามารถเดินตามได้ถ้าไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง



