วิธีเพิ่มพื้นที่ Drive C แก้ไดรฟ์เต็ม ไม่ต้องฟอร์แมต บน Windows

Microsoft ได้เผยแพร่บทความแนะนำวิธีทำความสะอาดเครื่อง เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ และแก้ปัญหาไดรฟ์เต็มบน Windows 11 และ Windows 10 โดยใช้เครื่องมือที่มีมาให้ในระบบแบบฟรี ๆ ไม่จำเป็นต้องฟอร์แมตเครื่องหรือดาวน์โหลดโปรแกรมเสริมจากภายนอกแต่อย่างใด

.

ถือเป็นเรื่องปกติของผู้ใช้ Windows ที่เมื่อใช้งานไปสักระยะ เครื่องเริ่มอืด พื้นที่จัดเก็บค่อย ๆ เต็มจากไฟล์ขยะ ไฟล์ชั่วคราว และแคชต่าง ๆ จนหลายคนต้องไปพึ่งโปรแกรมทำความสะอาดจากภายนอก บทความนี้ Microsoft จึงชี้ให้เห็นว่า ในความเป็นจริงแล้ว Windows มีเครื่องมือดี ๆ ให้ใช้อยู่แล้วแบบครบถ้วน โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Windows ใหม่แบบ Clean Install

.

Storage Sense ระบบจัดการไฟล์ขยะอัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้จะช่วยลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากไดรฟ์ระบบโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ชั่วคราวหรือไฟล์ในถังขยะ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ที่ Settings > System > Storage ซึ่งช่วยลดภาระในการจัดการพื้นที่ด้วยตนเองได้มาก

.

นอกจากนี้ Storage Sense ยังสามารถตั้งค่าให้ลบไฟล์ อัตโนมัติทุก 1, 14, 30 หรือ 60 วัน รวมถึงลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Downloads ที่ไม่ได้เปิดใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตั้งรอบการทำงานเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้ตามต้องการ

.

Disk Cleanup เครื่องมือคลาสสิกที่ยังใช้ดีเสมอมา โดยจะสแกนและลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากไดรฟ์ต่าง ๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการลบได้เอง หากเลือกโหมด “Clean up system files” ซึ่งต้องใช้สิทธิ์แอดมิน จะสามารถคืนพื้นที่ได้เพิ่มอีกหลาย GB เพราะรวมถึงไฟล์จาก Windows Update และแคชระบบที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว

.

อย่างไรก็ตาม Microsoft แนะนำให้ตรวจสอบตัวเลือกการลบไฟล์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะไฟล์ระบบหรือโฟลเดอร์สำคัญอย่าง Downloads เพื่อป้องกันการลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ สุดท้าย Microsoft และ Neowin ไม่แนะนำให้ลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Prefetch รวมถึง System Restore Points หรือ Volume Shadow Copies หากไม่มีเหตุผลจำเป็น เนื่องจากไฟล์เหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ

.

ที่มา : neowin

#ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

1/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนอกจากการใช้ Storage Sense และ Disk Cleanup แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ Drive C ได้ด้วยวิธีเล็กๆ น้อยๆที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นและเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1. ลบไฟล์และโฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็นในโฟลเดอร์ Downloads และ Desktop เพราะมักมีไฟล์ชั่วคราวหรือดาวน์โหลดที่ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป 2. ย้ายไฟล์ส่วนตัว เช่น รูปภาพ วิดีโอ หรือเอกสาร ไปยังไดรฟ์หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอก เช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอก หรือ Cloud storage เพื่อลดภาระพื้นที่บนไดรฟ์ C 3. ตรวจสอบและถอนการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งาน แม้ว่าโปรแกรมบางตัวจะไม่ใช้พื้นที่มาก แต่สะสมกันแล้วก็ทำให้ไดรฟ์เต็มได้ 4. ปิดหรือจำกัดการใช้งาน System Restore Points โดยตั้งค่าให้เก็บจุดคืนค่าระบบในจำนวนและขนาดที่เหมาะสม เพราะไฟล์สำรองระบบเหล่านี้กินพื้นที่มาก 5. ใช้คำสั่ง Disk Cleanup แบบ “Clean up system files” อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังจากติดตั้งหรืออัพเดต Windows เพื่อเคลียร์ไฟล์แคชที่ล้าสมัย 6. เปิดใช้งาน Storage Sense ให้ทำงานอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบคอยลบไฟล์ชั่วคราวอย่างต่อเนื่องและช่วยลดภาระดูแลรักษาด้วยตัวเอง โดยส่วนตัวแล้ว ผมพบว่าการทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ประหยัดเวลาและยังช่วยให้ระบบลื่นไหล ไม่ต้องไปพึ่งโปรแกรมภายนอกหรือฟอร์แมตเครื่องใหม่บ่อยๆ ซึ่งถือเป็นวิธีง่ายและปลอดภัยสำหรับคนที่ใช้ Windows 10 หรือ 11 ครับ สำหรับผู้ที่อยากสังเกตผลชัดเจน การเปิด Disk Cleanup และลบไฟล์ระบบเก่าๆ ร่วมกับการตั้งค่า Storage Sense จะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้หลาย GB อย่างเหมาะสมและปลอดภัย พร้อมกับช่วยเครื่องทำงานเร็วขึ้นด้วย