ประเดิมแพตช์แรกของปีจะเจออะไรบ้างนะ 🚨

Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัย (Patch Tuesday) ประจำเดือนมกราคม 2026 แก้ไขช่องโหว่รวมทั้งหมด 114 รายการ โดยมีรหัสดังนี้ Windows 11 KB5074109 และ KB5073455 ส่วน Windows 10 ที่เข้าโปรแกรมก็มีอัปเดตด้วยรหัส KB5073724

.

โดยมีช่องโหว่ Zero-Day จำนวน 3 รายการ ซึ่งในจำนวนนี้พบว่ามี 1 รายการถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว และอีก 2 รายการเป็นช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนมีแพตช์แก้ไข

.

ในการอัปเดตครั้งนี้ Microsoft แก้ไขช่องโหว่ระดับร้ายแรง (Critical) รวม 8 รายการ แบ่งเป็นช่องโหว่รันโค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution - RCE) จำนวน 6 รายการ และช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ (Elevation of Privilege) อีก 2 รายการ

.

รายละเอียดประเภทช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขมีดังนี้

- ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ (Elevation of Privilege): 57 รายการ

- ช่องโหว่เลี่ยงระบบความปลอดภัย (Security Feature Bypass): 3 รายการ

- ช่องโหว่รันโค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution): 22 รายการ

- ช่องโหว่เปิดเผยข้อมูล (Information Disclosure): 22 รายการ

- ช่องโหว่โจมตีให้ระบบล่ม (Denial of Service): 2 รายการ

- ช่องโหว่ปลอมแปลงตัวตน (Spoofing): 5 รายการ

.

ตัวเลขดังกล่าวไม่รวมช่องโหว่ของ Microsoft Edge จำนวน 1 รายการ และช่องโหว่ของ Mariner ที่ได้รับการแก้ไขไปก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน

.

นอกเหนือจาก Microsoft แล้ว ผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นยังได้ออกอัปเดตด้านความปลอดภัยในเดือนมกราคม 2026 เช่น Adobe, Cisco, Fortinet, Google (Android), SAP, ServiceNow, Trend Micro และ Veeam โดยหลายรายแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง รวมถึงช่องโหว่ที่มีโค้ดโจมตีเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว

.

Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบดำเนินการอัปเดต Windows และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว โดยเฉพาะระบบที่เปิดใช้งาน Secure Boot และเครื่องที่อาจได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Zero-Day เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์

.

ที่มา : bleepingcomputer

#ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

1/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงในการติดตามแพตช์ความปลอดภัยของ Microsoft สำหรับ Windows 10 และ 11 พบว่าในแพตช์ประจำเดือนมกราคม 2026 นี้มีการแก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญถึง 114 รายการ ซึ่งถือว่าจำนวนมากและรุนแรง ตัวแพตช์นี้รวมถึงช่องโหว่ Zero-Day จำนวน 3 รายการ ที่มีอย่างน้อย 1 รายการถูกนำไปใช้โจมตีในโลกจริง ด้วยเหตุนี้ การติดตั้งอัปเดตทันทีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากนี้ ยังมีช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการรันโค้ดระยะไกล (RCE) และการยกระดับสิทธิ์ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะเปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมหรือขโมยข้อมูลระบบได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผมเองแนะนำให้ผู้ใช้งาน Windows ทุกคนโดยเฉพาะผู้ดูแลระบบองค์กร ต้องเตรียมพร้อมและอัปเดตโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ สำหรับผู้ที่เจอแจ้งเตือนให้รีสตาร์ทเพื่ออัปเดตแพตช์ KB5074109 และ KB5073455 บน Windows 11 หรือ KB5073724 บน Windows 10 อย่าลังเลที่จะรีบติดตั้ง เพราะแพตช์เหล่านี้เต็มไปด้วยการแก้ไขช่องโหว่ที่สามารถป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นได้จริง ผมเคยเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนหลังอัปเดตทั้งด้านความเสถียรและความปลอดภัยของระบบ สุดท้ายนี้ นอกจาก Microsoft แล้ว โปรแกรมจากผู้ผลิตอื่นอย่าง Adobe, Cisco, Fortinet และ Google Android ก็มีการปล่อยแพตช์ความปลอดภัยในเดือนเดียวกันด้วย จึงแนะนำให้ตรวจสอบและอัปเดตซอฟต์แวร์ในเครื่องของคุณให้ครบถ้วน เพื่อเสริมความปลอดภัยและลดโอกาสเสี่ยงจากช่องโหว่เหล่านี้อย่างเต็มที่