Automatically translated.View original post

My path in the "Safety Office" career

Let's start with the inexperienced First Jobber, but full of will.

Learn everything from the center in the big factory. Over 5,000 employees.

Tired, fun and truly seeing the importance of "safety." 💪

Later, step to the second place.

A medium-sized car parts factory that gives opportunities to think, design and innovate.

Have practiced leadership, know that safety is not just regulation.

But it is the "culture" that must be built together with everyone in the organization.

Until the current job.

Medium factory. 200 employees. Safety team. Only 2 people.

Different responsibilities, learning new systems every day.

Good income, full welfare, and most importantly, "pride" in working to keep people home safe every day. ❤️

Everywhere the past is the classroom of life.

From First Jobber to today...

What goes beyond salary is "experience and the heart of safety." 🦺💖

# SafetyOfficer # Career path # Inspiration # FirstJobber # Working life# Lemon8Career # HSEJourney # Working Proudly

2025/11/9 Edited to

... Read moreหลายคนถามผมบ่อยมากว่า Safety Officer คืออะไร (บางคนพิมพ์ safty officer) แล้วทำงานเกี่ยวกับอะไรแน่ๆ จากที่ผมอยู่สายนี้มา 3 ที่ เลยอยากสรุปแบบภาษาคนทำงานจริง เผื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น Safety Officer (จป.) ในโรงงาน คือคนที่ช่วย “วางระบบและผลักดันให้ที่ทำงานปลอดภัย” ไม่ใช่แค่เดินถือเช็กลิสต์หรือคอยจับผิดอย่างเดียว หน้าที่จริงๆ จะครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงหน้างาน, ตรวจความปลอดภัยเครื่องจักร/พื้นที่ทำงาน, ทำเอกสารและรายงานตามกฎหมาย, ซ้อมแผนฉุกเฉิน, รวมถึงสื่อสารอบรมให้พนักงานเข้าใจและทำตามได้ จากประสบการณ์ตอนอยู่โรงงานใหญ่ (พนักงานเกือบ 5,000 คน ทีมเซฟตี้มีไม่กี่คน) งานจะเป็น “แบ่งโซน” ชัดเจน เช่น โซนผลิต, โซนคลังสินค้า, ผู้รับเหมา ฯลฯ ได้เห็นเคสเยอะมาก ทำให้เรียนรู้ไว แต่ก็เหนื่อยและต้องบริหารเวลาเก่ง จุดนี้สอนผมว่า ความปลอดภัยในโรงงานไม่ได้เกิดจากป้ายเตือนอย่างเดียว มันต้องเกิดจากการทำซ้ำๆ จนเป็นนิสัย พอมาโรงงานขนาดกลาง (แนวชิ้นส่วนรถยนต์) ผมได้โอกาสคิดและออกแบบงานมากขึ้น เช่น ทำมาตรฐานการทำงานปลอดภัย (WI/Procedure), วางแผนอบรม, ทำกิจกรรมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ซึ่งต่างจากที่แรกที่บางอย่าง “ระบบมีอยู่แล้ว” เราแค่ทำให้มันเดินต่อได้ ที่นี่เลยได้ฝึกภาวะผู้นำและการคุยกับหัวหน้างานหนักขึ้น ส่วนงานปัจจุบัน โรงงานประมาณ 200 คน ทีม Safety 2 คน จะได้จับหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งงานระบบ งานเอกสาร งานตรวจหน้างาน และต้องตามข้อกำหนดบริษัทแม่ที่ค่อนข้างละเอียด ข้อดีคือโตเร็วมาก เพราะได้เรียนรู้รอบด้าน แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญ เช่น เรื่องที่เสี่ยงสูงต้องทำก่อน (เครื่องจักร, งานที่สูง, ไฟฟ้า, สารเคมี) ถ้าคุณกำลังเริ่มสนใจสายนี้ ผมแนะนำ 4 อย่างที่ช่วยมาก 1) ฝึก “สื่อสารให้คนทำตาม” มากกว่าพูดเชิงกฎอย่างเดียว 2) ลงหน้างานบ่อยๆ เพื่อเข้าใจงานจริง ก่อนจะเขียนมาตรการ 3) เก็บตัวอย่างเคส/รูปแบบ near miss (เกือบเกิดอุบัติเหตุ) แล้วเอามาทำเป็นบทเรียน 4) ทำคอนเทนต์หรือสื่อสั้นๆ แบบเข้าใจง่าย (บางคนชอบแนว ความปลอดภัยในโรงงาน การ์ตูน) เพราะช่วยให้คนจำได้และไม่ต้าน สุดท้ายสำหรับผม เสน่ห์ของงาน Safety Officer คือความภูมิใจเวลาเห็นคนกลับบ้านปลอดภัยทุกวัน มันไม่ใช่งานที่เด่นที่สุดในสายตาทุกคน แต่เป็นงานที่ “สำคัญจริง” กับชีวิตของคนทั้งโรงงาน