_______
ชื่อภาพยนตร์
"เสียงแค้น...เสียงครู" (THE SONG OF REVENGE)
________
คำโปรยภาพยนตร์
คำโปรยหลัก
"เมื่อความอิจฉาเปลี่ยนศิษย์พี่ให้กลายเป็นศัตรู... และเมื่อเสียงเพลงกลายเป็นสนามรบแห่งศักดิ์ศรี บทพิสูจน์สุดท้ายจะตัดสินว่า ความแค้น...หรือความดี อะไรจะอยู่เหนือกาลเวลา"
คำโปรยรอง
"คนหนึ่งใช้เสี ยงร้องเพื่อเอาชนะผู้คน
อีกคนใช้เสียงร้องเพื่อเยียวยาหัวใจ
และครูผู้จากไป...
ได้ทิ้งบทเพลงบทสุดท้ายไว้ให้เป็นคำตอบ"
_________
แนวภาพยนตร์
ดราม่าเข้มข้น
ชีวิต (Life Drama)
เพลงลูกทุ่ง
มิตรภาพ
การแก้แค้น
การแข่งขัน
ครู-ศิษย์
Coming of Age
โศกนาฏกรรม
แรงบันดาลใจ
________
เรทภาพยนตร์
20+
เหตุผล
มีการทะเลาะวิวาท
การทำร้ายร่างกาย
การใช้อาวุธปืน
ฉากอาชญากรรม
ความรุนแรงทางอารมณ์
ประเด็นการทรยศและการล้ างแค้น
ฉากเสียชีวิตของตัวละครสำคัญ
__________
เรื่องย่อ....... ณ บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ชุมชนริมน้ำแห่งหนึ่งใจกลางเมือง บ้านเรือนไทยหลังนี้ เป็นวงดนตรีลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เจ้าของวงดนตรี คือ ครูบุญเพิ่ม อดีตนักร้องลูกทุ่งในตำนาน และผันตัวมาเป็นนักแต่งเพลงและทำวงดนตรีลูกทุ่ง ครูบุญเพิ่ม มีศิษย์ เป็นนักร้องลูกทุ่งประจำวง สองคน คนแรก มานิตย์ นักร้องหนุ่มประจำวงภายนอกดูเป็นคนดี หล่อหน้าตาดี ร้องเพลงไพรเพราะจนได้ฉายาว่า นักร้องหน้ามล มานิตย์ เสียงฟ้าประทาน แต่ภายใน มานิตย์ เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เกเร เสเพ สำมะเรเทเมา ชอบข่มคนอื่น หยิ่งยโส เจ้าชู้ ชอบเล่นหูเล่นตากับพวกแม่ยก จนมีปัญหาและมักจะโดนครูบุญเพิ่มด่าเป็นประจำ ขี้อิจฉา ขี้อวดและลูกศิษย์คนที่สอง คือศิ ชล(พระเอกของเรื่อง) เป็นคนนอมน้อม ถ่อมตนหน้าตาดี ใจดี มีน้ำใจ สุภาพ ชอบช่วยเหลือ ใจใหญ่ มีความสามารถในการร้องเพลงเสียงไพเราะมากจนได้ฉายาว่า นักร้องเสียงร่ายมนต์ ศิชล มนต์เมตตา เป็นที่รักของแม่ยกและวงดนตรีเลยทำให้มานิตย์อิจฉาศิชลและมักจะโดนมานิตย์หาเรื่องและกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้งและพยามแย่งตำแหน่งนักร้องเบอร์หนึ่งในวงจากศิชล แต่ศิชลก็ไม่เคยตอบโต้แม้แต่น้อย วันนึงศิชลเห็นมานิตย์แอบงัดเข้าไปในห้องเก็บเอกสารพวกทรัพย์สินและสมุดเนื้อเพลงที่ครูบุญเพิ่มที่แต่งเอาไว้ เขาเห็นมานิตย์ แอบขโมยทั้งทรัยพ์สินและเอกสารสมุดเนื้อเพลงที่เป็นอัมตะที่ครูบุญเพิ่มแต่งไว้ให้คนที่เหมาะสม พอมานิตย์ออกมาก็เจอกับศิชลที่ดักรออยู่ ศิชลเลยถามว่ามานิตย์คิดจะทำอะไร มานิตย์ก็ระบายความในใจทั้งหมดและทั้งสองก็มีปากเสียงและทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนคนในวงและครูบุญเพิ่มเดินออกมาดูทำให้ครูบุญเพิ่มและคนในวงเห็นทั้งหมดว่ามานิตย์แอบมาขโมยของครูบุญเพิ่มเลยเค้นคอถามความจริงจากปากตอนแรกมานิตย์โวยวายปฏิเสธและชี้หน้าด่าศิชลด้วยคำหยาบคายและจะพุ่งเข้าทำร้ายศิชลแต่คนในวงล็อคตัวมานิตย์ไว้ ครูบุญเพิ่มทั้งโมโหโกรธจัดและผิดหวังในตัวมานิตย์มากและตบหน้าด่ามานิตย์ มานิตย์ด้วยความโมโหเลยต่อว่ากลับและระบายความน้อยเนื้อต่ำใจบอกว่า ไอ้ศิชลมันดีกว่าเขาตรงไหน ครูบุญเพิ่มเลยด่าสวนกลับและไล่ออกจากวง ทำให้มานิตย์ถึงกับหน้าชา มานิตย์แค้นและเตะข้าวของกระจายสุดท้ายมานิตย์ก็เก็บข้าวของออกจากวงดนตรีไป ก่อนไปเขาชี้หน้าด่าและพูด สักวันกูจะต้องดังกว่ามึงไอ้ศิชล
และมานิตย์ก็ออกเดินทางใส่ชีวิตเรร่อนจนได้มาเจอครูเพลงและเจ้าของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังอีกคนที่มีชื่อ ครู สาทร มานิตย์เลยฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ครูสาทรเลยเอ่ยปากถามว่าเป็นใครมาจากไหน มานิตย์เลยเล่าทุกอย่างให้ฟัง ครูสาทรได้ฟังก็พูดขึ้นว่า อ่าวเอ็งเป็นศิษย์ของ ไอ้เพิ่ม(ครูบุญเพิ่ม)หรอกรึ
มานิยต์ก็ตอบ ครูสาทรได้ฟังก็เป่าหูให้มานิตย์เกลียดชังคนในวงครูบุญเพิ่มและเป่าหูให้มานิตย์ เกลียดครูบุญเพิ่มพร้อมทั้งเล่าความหลังให้ฟังและใส่สีตีไข่ ยิ่งทำให้มานิตย์เกลียดทั้งครูและคนในวงโดยเฉพาะศิชล และครูสาทรก็ปั้นให้มานิตย์เป็นนักร้องลูกทุ่งเบอร์หนึ่งประจำวงและใช้มานิตย์เป็นเครื่องมือในการล้างแค้นครูบุญเพิ่ม ครูสาทรทำวงดนตรีขึ้นมาใหม่เพื่อแข่งกับวงของครูบุญเพิ่มโดยเฉพาะ ทำใหม่ให้ดีกว่าเด่นกว่าจนมีคนหันมาฟังเพลงและติดตามวงบ้านครูสาทรมากมาย จนมานิตย์ได้ฉายาใหม่ คือ มานิตย์ ราชาไมค์ทองคำ มานิตย์ ยิ่งดังเขาก็ยิ่งหยิ่งทะนงตัวมากขึ้นและตอนนี้ มานิตย์ก็ได้เป็นนักร้องลูกทุ่งในค่ายเพลงชื่อดัง ทให้เขา หลงในแสงสีเสียงและบารมีอำนาจที่ครูสาทรสร้างขึ้นให้ ตอนนี้วงดนตรีบ้านครูสาทรได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พ่อยกแม่ยกก็หันมาดูโชว์ของวงครูสาทรมาขึ้น ทำให้ครูสาทรสะใจที่วงบ้านครูบุญเพิ่มความนิยมลดลงแบบดิ่งลงเหว ด้านครูบุญเพิ่มก็เครียดมากที่ตอนนี้ผู้ชมผู้ฟังหันไปฟังไปชมวงบ้านครูสาทรกันหมด งานก็ลดลง บางเดือนก็ว่างทั้งเดือน คนในวงก็ทะยอยลาออกกันหมด บางคนที่เก่งๆก็ถูกครูสาทรซื้อตัวไปแม้เเต่เพื่อนสนิทของศิชลก็หักหลังไปเข้ากับวงครูสาทร งานไหนที่เจ้าภาพเคยจ้างก็ถูกวงครูสาทรแย่งงานไปหมด จนทำให้ครูบุญเพิ่มเครียดจนล้มป่วยเข้าICU ศิชลเลยพยามหาทางออก แต่พอจะไปขอให้ใครช่วยก็ไม่มีใครช่วยเพราะกลัวอำนาจของครูสาทร ครูสาทรและมานิตย์ ก็มักจะมาพูดจาดูถูกเย้ยหยันอยู่เป็นประจำเวลาที่เจอหน้าหรือ แสดงวงดนตรีลูกทุ่งชนกัน ทำให้บางครั้งศิชลทนไม่ไหว ต่อยปากมานิตย์ ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก งานหดงานหาย โดนด่า จนตอนนี้วงดนตรีบ้านครูบุญเพิ่ม เหลือแค่ เด็กรับใช้ ศิชล และ เพื่อนอีกสามคน ที่ยังจงรักภัคดี กับครูบุญเพิ่ม ตอนนี้ยิ่งทำให้อาการป่วยของครูบุญเพิ่มแย่ลงไป สุดท้ายครูบุญเพิ่มก็ตรอมใจและสิ้นใจเสียชีวิตศิชลและคนที่เหลือเสียใจมากในการศพครูบุญเพิ่มก็ยังมาถูกพวกวงบ้านครูสาทรดูถูกอีกจนมีปากเสียงกันยกใหญ่ หลังจากงานศพครูบุญเพิ่มพวกเขาที่เหลือเลยปรึกษากันและศิชลก็ตัดสินใจประกาศยุบวงดนตรีบ้านครูบุญเพิ่มเพราะสถานการณ์มันมาถึงทางตันและมืดแปดด้าน แต่แสงสว่างที่กำลังมืดมิด ก็มีเหมือนแสงเทียนที่ริบหลี่
จุดประกายพวกเขาอีกครั้ง เพราะว่า ครูสันติ เพื่อนเก่าเพื่อนซี้ของครูบุญเพิ่ม ทราบข่าวว่าครูบุญเพิ่มเสียเลยขับรถจากใต้ขึ้นมาหาและครูสันติทราบข่าว ว่าศิชลจะยุบวงเขาเลยบอกว่าอย่าเลยให้ทำต่อไป แต่ศิชลบอกว่า คนก็ไม่มี งานก็หายหมด ครูสันติเลยเอ่ยปากบอกว่า เขาจะช่วยกอบกู้วงดนตรีบ้านครูบุญเพิ่มให้กลับคืนมาให้ได้ ครูเลยโทรบอกลูกศิษย์คนสนิท ให้ขนเครื่องดนตรี หางเครื่อง นักดนตรี ขึ้นมากรุงเทพและฟอร์มวงดนตรีขึ้นมาใหม่จากศูนย์จนกำเนิดวงดนตรีบ้านครูบุญเพิ่มในรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม แรกๆก็ยังไม่ติดหูแต่พอคนเริ่มได้ยิน ก็เริ่มมีคนหลั่งไหลเข้ามาฟังมากขึ้น และที่สำคัญ ครูสันติ ก็เอาเพลงที่ครูบุญเพิ่มแอบแต่งเพลงไว้ให้กับคนที่เหมาะสม เอาให้ศิชลร้อง จนทำให้คนที่ได้ฟัง อึ้งและตกตะลึงกับเสียงอันไพรเราะของศิชลพวกเขาตระเวนเล่นงานไปหลายที่ ขึ้นเหนือล่องใต้ ไปทั่วครบสี่ภาคจนมีคนเริ่มติด ทำให้พวกของบ้านครูสาทรเริ่มกังวลว่า พวกของบ้านครูบุญเพิ่มจะกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง เลยทำทุกวิถีทางเพื่อจะขัดขวางและพยามกลั่นแกล้งสารพัดจากเบาๆจนไปถึงขั้นจะทำให้สูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอาถึงชีวิต มานิยต์ที่ตอนแรกเห็นดีเห็นงามด้วย ที่ได้แก้แค้น แต่พอถึงขั้นจะเอาชีวิตมานิตย์เพิ่มกลัว แต่ครูสาทรก็พยามเป่าหูและบังคับให้ทำตามคำสั่ง ด้านวงบ้านครูบุญเพิ่มก็มีงานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายและศิชลก็มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จนเป็นนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งพุ่งเเรงที่สุดในตอนนี้ ทำให้งานวงดนตรีของบ้านครูสาทรเริ่มซบเซา ครูสาทรแค้นมากเลยหาทางขัดขวางและพยามหลอกใช้มานิตย์เป็นเครื่องมือ จนวันนึงมานิตย์รู้ความจริงว่าเขาถูกหลอกใช้ เขาเคยมีปัญหาและมีปากเสียงกับครูสาทร เขาเคยบอกว่าจะขอลาออก แต่ก็ถูกพวกเด็กในวงซ้อมจนบาดเจ็บ ครูสาทรถลำลึกและจ้างวานให้มือปืนไปจัดการศิชลที่งานแสดงคอนเสิร์ตงานใหญ่ที่กรุงเทพ งานนี้มีถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ เพราะรวมวงดนตรีลูกทุ่งและรวมนักร้องลูกทุ่งทั่วฟ้าเมืองไทยมาแสดงที่งานนี้ วงของศิลชลและวงของครูสาทรก็ได้มาแสดงงานนี้ด้วย ด้านมานิตย์ ก็ถูกขังไว้ในห้อง เพราะครูสาทรกลัวว่ามานิตย์จะเอาเรื่องที่เขาคิดแผนจ้างวานฆ่าศิชลมาบอก มานิตย์พยามงัดห้อง ทุบประตูถีบประตู แต่มันถูกล็อคไว้อย่างหนาแน่น แต่มานิตย์ก็ใช้ไหวพริบ กระโดดออกหน้าต่างและรีบขี่มอเตอร์ไซค์มาที่งานให้ไวที่สุด บรรยากาศที่งานก็ครึกครื้นมาก และวงของศิชลก็ทำการขึ้นแสดงโชว์ ในขณะที่ศิชลกำลังร้องเพลงอยู่ มือปืนก็แฝงตัวเข้าปะปนกับผู้ชม และกำลังจะชักปืนมายิ่งศิชล ทันใดนั้นมีเสียงบิดรถมอเตอร์ไซค์วิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา ทำให้ผู้ชมต้องวิ่งหนีหลบกันวุ่นวาย และมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ชนเข้ากับมือปืน ทุกคนในการแตกตื่นตกใจ มือปืนล้มลงบาดเจ็บและกำลังจะหนี มานิตย์ที่เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ชนมือปืน ก็ตะโกนว่า ช่วยจับตัวมันที ไอ้นี่มันจะยิงศิชล และมานิตย์ก็วิ่งขึ้นไปบนเวทีรีบไปบอกศิชล ว่าครูสาทร จ้างวานให้คนมาฆ่าศิชลให้รีบหนีไป ตอนแรกศิชลก็ไม่เชื่อเพราะเขาทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่มานิตย์พูดว่า มึงไม่ต้องเชื่อกูเต็มร้อยตอนนี้ก็ได้ แต่กูขอร้องมึงต้องหนีเพื่อน มานิตย์กำลังจะพาศิชลหนี แต่ก็ถูกครูสาทร ชักปืนขู่และดักไว้ ครูสันติเลยเข้ามาขวางและพยามเกลี่ยกล่อมให้ครูสาทรวางปืน มานิตย์ก็พยามบอกให้ครูสาทรใจเย็นและถามว่าทำไมถึงแค้นพวกบ้านครูบุญเพิ่มขนาดนี้ ครูสาทรเล่าความหลังให้ฟังว่าสาเหตุที่เขาแค้นบ้านครูบุญเพิ่มเพราะอะไร พอเล่าจบครูสาทรก็ลั่นไกยิงปืนใส่ ทำให้กระสุนไปถูกมานิตย์กลางอกทำให้เขาล้มลง ทุกคนก็รีบมาดู ศิชลวิ่งไปประคองกอดร่างเพื่อนไว้ และในตอนนั้นเองเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาจับกุมตัวครูสาทรเอาไว้ และรีบพามานิตย์ส่งโรงพยาบาลแต่กระสุนเข้าจุดสำคัญทำให้มานิตย์ไปสิ้นใจที่โรงพยาบาลศิชลเสียใจมาก เขาจัดการศพให้มานิตย์อย่างดีหลังจากงานศพมานิตย์ คนในวงของครูสาทรก็จะแยกย้าย แต่ศิชลเห็นใจเลยชวนมาอยู่ด้วยกัน ศิชลก็เป็นหัวหน้าและทำวงดนตรีต่อไปงานก็มีเข้ามาเรื่อยๆจนแน่นข้ามปีเขามักจะมาไหว้โกศกระดูกครูบุญเพิ่มและมานิตย์ทุกเดือน วันเวลาผ่านไปทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความ ครูสันติก็เริ่มแก่ชราและจากโลกนี้ไป ส่วนศิชลวันเวลาผ่านไปเขาก็วางมือจากการเป็นนักร้องลูกทุ่งและผันตัวมาเป็นครูเพลงเป็นนักแต่งเพลงและคอยสอนเด็กรุ่นหลังๆต่อไป
จบบริบูณ์
__________





























