รีเลย์แต่ง มีเสียงไฟเลี้ยว ปรับความไวของไฟเลี้ยวได้ด้วย
รีเลย์แต่ง มีเสียงไฟเลี้ยว ปรับความไวของไฟเลี้ยวได้ด้วย #รถมอเตอร์ไซค์ #รีเลย์ไฟเลี้ยว #รีเลย์มีเสียง #ผมบอยวันๆวุ่นวายแต่รถ
ถ้าใครขี่รถแล้ว “ชอบลืมปิดไฟเลี้ยว” รีเลย์ไฟเลี้ยวแบบมีเสียง (รีเลย์มีเสียง) เป็นของแต่งที่ผมว่าเห็นผลทันที เพราะพอเปิดไฟเลี้ยวแล้วจะมีเสียงติ๊ก/บี๊บเตือน ทำให้รู้ตัวง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาขี่ในเมือง รถติดๆ หรือเลี้ยวแล้วต้องมองทางเยอะๆ เสียงนี่ช่วยดึงสติได้ดีมาก รีเลย์แต่งที่ผมใช้จะเป็นแบบ “ปรับความไวไฟเลี้ยวได้” คือเราปรับให้กระพริบช้าลงหรือเร็วขึ้นได้ตามความชอบ/ตามหลอดไฟที่ใช้ หลายคนเปลี่ยนเป็นไฟเลี้ยว LED แล้วเจออาการกระพริบถี่ผิดปกติ (hyper flash) เพราะโหลดไฟน้อยกว่าเดิม รีเลย์แบบปรับได้จะช่วยจูนให้กลับมาพอดีๆ ดูเป็นระบบไฟรถจักรยานยนต์ที่เรียบร้อยขึ้น ไม่หลอกตาเวลาขี่กลางคืนด้วย ก่อนซื้อผมแนะนำเช็ก 3 อย่างใน “ระบบไฟ รถจักรยานยนต์” ของเราให้ชัวร์ จะได้ไม่ซื้อผิด 1) จำนวนขา/ปลั๊กรีเลย์: รถบางรุ่นเป็น 2 ขา บางรุ่น 3 ขา ปลั๊กต่างกัน ถ้าไม่ตรงต้องหาแบบเสียบตรงรุ่นหรือใช้อะแดปเตอร์ 2) ไฟเลี้ยวเป็น LED หรือหลอดไส้: ถ้าเป็น LED แนะนำเลือกรีเลย์ที่รองรับ LED โดยตรง จะได้ไม่ต้องพ่วงตัวต้านทานให้ร้อนๆ 3) แรงดันและการเดินสาย: ส่วนใหญ่เป็น 12V แต่ขอให้ดูสายกราวด์/สายบวกให้ถูก จุดนี้ถ้าต่อมั่วไฟอาจไม่กระพริบหรือทำให้ฟิวส์ขาดได้ วิธีใช้งานจริง หลังใส่แล้วผมจะลองเปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา ดูความถี่ให้เท่ากัน จากนั้นลองสตาร์ทรถ เปิดไฟหน้า/ไฟหรี่พร้อมกันเพื่อดูว่าไฟเลี้ยวยังนิ่งไหม (บางคันไฟตกแล้วความถี่เปลี่ยน) ถ้ารู้สึกว่ากระพริบไวไปจนรำคาญตา ก็หมุนปรับให้ช้าลงนิดหนึ่ง ขี่สบายกว่า สุดท้าย ถ้าชอบเงียบๆ ก็มี “รีเลย์ไม่มีเสียง” ให้เลือกเหมือนกัน แต่สำหรับคนที่ยอมรับเสียงได้ ผมว่ารุ่นมีเสียงคุ้ม เพราะช่วยลดโอกาสลืมปิดไฟเลี้ยวจริงๆ และทำให้ระบบไฟรถจักรยานยนต์ดูพร้อมใช้งานมากขึ้นในชีวิตประจำวัน































