ต้มยำกุ้ง
ช่วงที่อยากกินอะไรแซ่บ ๆ แบบ “ข้าวหมดหม้อ” เมนูที่ทำบ่อยที่สุดคือ ต้มยำกุ้ง เพราะทำไม่ยาก แต่รสชาติออกมาจัดจ้านเหมือนร้านได้เลย แถมปรับได้ทั้งต้มยำกุ้งน้ำใสและต้มยำกุ้งน้ำข้น ตามที่ชอบ วัตถุดิบที่ใช้ประจำ (ทำ 2 ที่) - กุ้งสด 8–10 ตัว (เลือกกุ้งที่เปลือกใส เนื้อเด้ง ไม่มีกลิ่นฉุน) - ตะไคร้ทุบ 1–2 ต้น, ข่า 4–5 แว่น, ใบมะกรูดฉีก 4–5 ใบ - เห็ดฟาง/เห็ดนางรม 1 ถ้วย (ใส่แล้วน้ำซุปหวานขึ้น) - พริกขี้หนูบุบตามชอบ, ผักชีฝรั่ง/ต้นหอมผักชีสำหรับโรย - เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำมะนาว, น้ำพริกเผา, นมข้นจืดหรือน้ำกะทิ (สำหรับน้ำข้น) ทริคให้ต้มยำกุ้งหอมและไม่คาว 1) ลวก/ต้มกุ้ง “พอสุก” แล้วตักพักไว้ก่อน ถ้าต้มกุ้งนานเกิน เนื้อจะแข็งและน้ำซุปอาจมีกลิ่นคาวได้ง่าย 2) ต้มสมุนไพร (ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด) ในน้ำเดือดก่อน 3–5 นาที ให้น้ำซุปหอมเป็นฐาน แล้วค่อยใส่เห็ด 3) ปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว “หลังปิดไฟ” จะได้กลิ่นมะนาวชัด ไม่ขม วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำใส (แบบที่กินแล้วสดชื่น) - ต้มน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ตามด้วยเห็ด - ปรุงด้วยน้ำปลาเล็กน้อยและพริกขี้หนูบุบ - ใส่กุ้งที่ลวกไว้ลงไปให้ร้อนทั่ว แล้วปิดไฟ - ใส่น้ำมะนาว ชิมให้ได้เปรี้ยวเค็มเผ็ดตามชอบ โรยผักชีฝรั่ง วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น (แบบเข้มข้นกินกับข้าวฟิน) - ทำฐานเหมือนน้ำใสก่อน - เติมน้ำพริกเผา 1–2 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย - เติมนมข้นจืดหรือน้ำกะทิทีละนิดจนได้ความข้นที่ชอบ (อย่าให้เดือดพล่านมาก) - ปิดไฟแล้วค่อยใส่น้ำมะนาว ชิมรสอีกครั้ง ส่วนตัวชอบเสิร์ฟต้มยำกุ้งคู่ข้าวสวยร้อน ๆ หรือไข่เจียวแบบบ้าน ๆ คือหมดหม้อจริง ๆ ถ้าใครลังเลระหว่างน้ำใสกับน้ำข้น แนะนำทำ “กึ่งกลาง” ใส่น้ำพริกเผานิดเดียวและนมข้นจืดนิดหน่อย จะได้ความหอมมันแต่ยังสดชื่นอยู่





