🌺ขนมลาดูงาสูตรโบราณ🌺
🌺ขนมลาดูงาสูตรโบราณ🌺 #ladoo #ขนมลาดู #ลาดู #ขนมโมทกะ #โมทกะ #หนูนาเทวาลาดู #ร้านเทวาลาดู #ร้านเทวาลาดูเชียงใหม่ #devaladoo #ของไหว้พระพิฆเนศ
ถ้าเจอคำว่า “ขนมลาดู” (Ladoo) แล้วสงสัยว่าคือขนมอะไร บอกเลยว่าเป็นขนมอินเดียแบบดั้งเดิมที่ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ รสหวานหอม เนื้อแน่นนิด ๆ และมักทำจากวัตถุดิบที่ให้พลังงานสูง เช่น งา ถั่ว หรือแป้งต่าง ๆ สำหรับ “ลาดูงาสูตรโบราณ” ที่หลายคนเห็นตามรูป จะเด่นที่กลิ่นงาคั่วชัดมาก หอมมัน และให้รสหวานละมุนแบบขนมโบราณจริง ๆ ลาดูงาโดยทั่วไปจะใช้งาขาว/งาดำคั่วจนหอม แล้วนำมาบดหรือคลุกกับตัวเชื่อมให้จับตัวเป็นก้อน (บางสูตรใช้น้ำตาลโตนด น้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลทราย บางสูตรใช้กี/เนยใสเพื่อเพิ่มความหอมมัน) จากนั้นปั้นเป็นลูกกลม ๆ พอดีคำ จุดเด่นคือ “งา” ทำให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว เคี้ยวแล้วมัน ๆ และมักจะไม่หวานแหลมเกินไปถ้าทำแบบสูตรโบราณ หลายคนอาจคุ้นชื่อ “โมทกะ” (Modak) ด้วย—สองอย่างนี้เป็นขนมอินเดียเหมือนกัน แต่หน้าตาจะต่างกันค่ะ โมทกะมักเป็นทรงหยดน้ำ/จีบ ๆ และมีไส้ (เช่น มะพร้าว น้ำตาลโตนด) ส่วนลาดูจะเน้น “ปั้นกลม” และหลายสูตรไม่มีไส้ เน้นความหอมมันจากงา/ถั่วเป็นหลัก แล้วทำไมถึงนิยมเป็น “ของไหว้พระพิฆเนศ”? ในวัฒนธรรมฮินดู ขนมหวานเป็นของมงคล และพระพิฆเนศมีความเชื่อว่าโปรดของหวาน (โดยเฉพาะโมทกะและลาดู) เลยทำให้หลายคนเลือกขนมลาดูไปไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล งานใหม่ การเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ หรือวันสำคัญต่าง ๆ ถ้าจะเลือกซื้อลาดูงา ฉันแนะนำให้สังเกต 3 อย่างนี้ค่ะ 1) กลิ่นงาต้องหอมคั่ว ไม่เหม็นหืน 2) เนื้อขนมจับตัวดี แต่ไม่แข็งจนกัดลำบาก 3) ความหวานควรกลมกล่อม ไม่หวานโดดจนกลบงา การเก็บรักษา: ถ้าเป็นลาดูงาแบบแห้ง ๆ เก็บในกล่องปิดสนิท อุณหภูมิห้องได้ช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าอากาศร้อนหรือมีส่วนผสมที่มันมาก (เช่น กี) แนะนำแช่ตู้เย็นเพื่อชะลอการเหม็นหืน และก่อนกินเอาออกมาพักให้คลายเย็น กลิ่นงาจะหอมขึ้นค่ะ สรุปสั้น ๆ “ขนมลาดูงาสูตรโบราณ” คือขนมอินเดียปั้นกลมที่ทำจากงาคั่ว หอมมัน หวานละมุน กินเป็นขนมว่างก็ได้ หรือจะใช้เป็นของไหว้พระพิฆเนศก็เหมาะมาก ใครชอบงาและขนมแนวโบราณ น่าจะถูกใจเลยค่ะ












