ขูดหินน้ำลาย
หลายคนเรียก “หินน้ำลาย” แต่จริงๆ คือหินปูน (คราบแข็ง) ที่เกิดจากคราบจุลินทรีย์ + แร่ธาตุในน้ำลาย เกาะแน่นตามขอบเหงือก โดยเฉพาะด้านในฟันหน้าล่างและฟันกราม พอแข็งแล้วแปรงอย่างเดียวเอาไม่ออกค่ะ คำถามที่เจอบ่อยมากคือ “หินปูนขูดเองได้ไหม?” ส่วนตัวไม่แนะนำเลย ถึงจะมีอุปกรณ์ขายออนไลน์ เพราะเสี่ยงทำให้เหงือกถลอก เลือดออก ติดเชื้อ และที่น่ากลัวคือไปขูดโดนผิวฟันจนเป็นรอย ทำให้เสียวฟันง่ายขึ้น อีกอย่างคือหินปูนมักซ่อนใต้เหงือก เรามองไม่เห็น ขูดเองแล้วมักเอาออกไม่หมด แต่กลับทำให้เหงือกอักเสบหนักกว่าเดิมได้ สัญญาณว่าควร “ขูดหินน้ำลาย/ขูดหินปูน” ได้แก่ เลือดออกตอนแปรงฟัน มีกลิ่นปากเรื้อรัง เหงือกบวมแดง หรือส่องกระจกแล้วเห็นคราบแข็งสีเหลือง/น้ำตาลเกาะตามคอฟัน ถ้าปล่อยไว้นาน หินปูนจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อ ทำให้เหงือกอักเสบ และลุกลามเป็นโรคปริทันต์จนฟันโยกได้ค่ะ ทำไมหลายคลินิกถึงแนะนำ “มาขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน”? เพราะเป็นช่วงเวลาที่ช่วยคุมคราบแข็งและการอักเสบได้ดี โดยเฉพาะคนที่มีคราบขึ้นง่าย ใส่เหล็กจัดฟัน สูบบุหรี่ ดื่มชา/กาแฟบ่อย หรือมีปัญหาเหงือกอยู่แล้ว บางคนอาจต้องถี่กว่านั้นตามสภาพเหงือก (ให้ทันตแพทย์ประเมินอีกทีค่ะ) หลังขูดหินปูนแล้วดูแลยังไงให้คุ้ม: 1) แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยแปรงขนนุ่ม 2) ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน (สำคัญมาก เพราะคราบเริ่มต้นเกิดตามซอกฟัน) 3) ช่วง 1–2 วันแรกถ้าเสียวฟัน เลือกยาสีฟันลดเสียวฟันและเลี่ยงน้ำเย็นจัด 4) ลดหวานเหนียวๆ และเครื่องดื่มสีเข้มสักพักถ้าเพิ่งขัดคราบ สรุปคือ หินปูน/หินน้ำลายเกิดได้กับทุกคน และ “ขูดเอง” ไม่คุ้มความเสี่ยงค่ะ ถ้าอยากให้เหงือกแข็งแรงและลมหายใจสดชื่น แนะนำเข้ารับการขูดหินปูนกับทันตแพทย์สม่ำเสมอ (โดยมากทุก 6 เดือน) แล้วเสริมด้วยการทำความสะอาดซอกฟันที่บ้านทุกวันค่ะ

