นายกรัฐมนตรีภูมิใจ รับรางวัล “ชัยนาทนเรนทร” ย้ำพร้อมพัฒนาสุขภาพไทยสู่อนาคต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขึ้นรับพระราชทานรางวัล “ชัยนาทนเรนทร” นักการสาธารณสุขดีเด่นประเภทบริหาร ประจำปี 2567 โดยเจ้าตัวย้ำว่าภูมิใจในผลงานสมัยเป็น รมว.สาธารณสุขที่ร่วมกับบุคลากรการแพทย์และ อสม. พาประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19 มาได้ พร้อมยอมรับว่ายังมีความท้าทายใหญ่รออยู่โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโล ยีและเพิ่มความรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชน นายกฯ ยังบอกว่าแม้ไม่รู้จะอยู่ในตำแหน่งได้นานแค่ไหน แต่จะผลักดันระบบสุขภาพไทยเต็มที่ และหวังพี่น้อง อสม. จะยังร่วมมือกันต่อไปเพื่อสร้างสิ่งดีงามให้ประชาชน
#ข่าวtiktok #อนุทินชาญวีรกูล #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #กระทรวงสาธารณสุข #ข่าวการเมือง
การได้รับรางวัลชัยนาทนเรนทร ถือเป็นเกียรติยศสำคัญที่แสดงถึงความทุ่มเทและความสำเร็จในการบริหารงานด้านสาธารณสุขของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายทุนและทีมงานได้ร่วมมือกับบุคลากรการแพทย์และ อสม. ในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ของปีที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่การวางแผนนโยบายจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพ นอกจากการรับมือกับโควิด-19 แล้ว นายกรัฐมนตรียังตระหนักถึงความท้าทายของสังคมสูงวัยที่กำลังเข้ามา การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสังคมสูงอายุอย่างมีคุณภาพ จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งเสริมการใช้แอปสุขภาพ การตรวจติดตามสุขภาพระยะไกล และการให้ความรู้สุขภาพเชิงป้องกันเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้สูงวัย ในด้านการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ นายกรัฐมนตรีได้วางแผนเน้นการสร้างเครือข่ายสุขภาพในชุมชน โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมและดูแลสุขภาพประชาชนในระดับพื้นที่ ด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้และเครื่องมือที่ทันสมัย จะช่วยให้ อสม. สามารถปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเข้าถึงและดูแลคนในชุมชนได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาสุขภาพไทยสู่อนาคต ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ด้านสุขภาพที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาในครั้งนี้จึงไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์ระยะสั้น แต่ยังใช้แนวทางที่ยั่งยืนเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ด้วยประสบการณ์และผลงานที่โดดเด่น นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นต้นแบบของผู้นำที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพประชาชนและพร้อมผลักดันการพัฒนาระบบสุขภาพไทยให้แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าแม้จะไม่แน่ใจระยะเวลาในตำแหน่ง แต่การทำงานเพื่อสาธารณสุขและประชาชนจะดำเนินไปอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง


