ภูมิใจที่สุด 🥰💐 มีใครไม่รู้จักเขามั่ย
ประชาชน ในสมัยหลังรัฐประหารปี 57
คนไทยส่วนหนึ่งก็ตื่นเดี๋ยวรู้ทางการเมือง
และมีความรู้สึกว่า อยากจะมีตัวแทนทางความคิด
ที่กล้าต่อสู้กับทุนผูกขาด แล้วมองเห็นปัญหา
โครงสร้างของประเทศ จุดกำเนิดพรรคอนาคตใหม่ คุณอาจจะคิดว่ารู้จักคุณธนาธร
คุณปิยวุฒิ ณ วันที่ยังมีหัวหน้าพรรค
เป็นคุณธนาธร สปอร์ตไลท์ก็ส่งไปยังหัวหน้า
เป็นปกติ แต่ประชาชน ค นที่สนใจการเมือง
เขาก็จะดูว่าในพรรค มีใครบ้าง โดยเฉพาะส.สบัญชีรายชื่อ 10 อันดับแรกเป็นใคร
-+(คุณพิธา อยู่ลำดับที่ 4 และนามสกุลของเขา
ก็ไปสะดุดกับคนที่ตามการเมืองจ๋า ก็จะรู้ว่าเขาเป็นใคร และหนำซ้ำในวงการบันเทิง จะมีชื่อเขาอยู่แล้ว ในฐานะ... ตามที่พวกเราทราบ เป็นหนุ่มคลีโออีกต่างหาก และเอาอะไรมาพูดว่าไม่มีใครรู้จักเขา
แถมยังกล่าวไปถึง ว่าคนในผักไม่รู้จักเขา
ทั้งๆที่พวกคุณอยู่เวทีเดียวกัน และหลายๆครั้ง
เขาก็เคลื่อนไหวบางประเด็น และอภิปรายในสภา
-- ไหนยังบอกอีก ไม่มีใครรู้จักถึง 3 ปี
เอาอะไรมาพูดคะ ในช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน
ก็มีชื่อของพรรคก้าวไกลนี่แหละ ที่ทรงพลังในสภา
ทำงานกัน เขาก็เกิดจากการอภิปรายในหลายๆเรื่อง
และตอนนั้นมันยังมีพรรคเพื่อไทย เป็นตัวหลักอยู่
แล้วมันไม่ได้มีฤดูกาล ในการเลือก แต่ก็ยังทำประเด็นแหลมคม การต่อสู้ของประชาชน
โชคปี 63 ก็อภิปราย ในสภาตั้งหลายครั้ง
ยังได้คดีแฟลชม๊อบ ติดตัวมาจนเป็นคดีอาญา
ร่วมกับอาจารย์ปิยบุตร คุณธนาธร
ห่วงผูกคอมาจนถึงทุกวันนี้ เอาอะไรมาไม่รู้จัก
สส. ในภาคก็รู้ดี พูดอะไรก็ให้ความเป็นธรรมต่อการบ้าง พูดให้มันตรงไปตรงมา อย่าบิด
--+ทำไมประชาชนภูมิใจ กับเขาจัง มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่นอน ถึงได้อธิบายอะไรออกมาแบบนี้
ในหลายๆครั้ง แซะเขาตลอด ปชช.ดูออกค่ะ
การติดตามผลงานของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้เห็นชัดเจนว่าเขาไม่ได้เป็นแค่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ในช่วงเวลาหลังรัฐประหารปี 2557 เป็นยุคที่ประชาชนเริ่มตื่นตัวในเรื่องการเมืองมากขึ้น และต้องการมีตัวแทนที่เข้าใจและสื่อสารได้ตรงกับความต้องการของประชาชน พิธาได้รับการยอมรับในวงการการเมืองและสังคม เนื่องจากความรู้ความสามารถที่ได้รับมาจาก Harvard Kennedy School ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านนโยบายสาธารณะและการบริหารภาครัฐ การเรียนรู้จากสถาบันนี้ช่วยให้เขามีมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างและนโยบายที่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พิธายังเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญในการอภิปรายและเรียกร้องความเป็นธรรมในสภา แม้จะเป็นฝ่ายค้าน เขาก็พร้อมเสนอมุมมองและข้อคิดเห็นที่แหลมคม พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การอภิปรายในปี 2563 ที่เขามีส่วนร่วมในหลายครั้ง และยังมีคดีแฟลชม็อบที่เกี่ยวข้องกับเขาและกลุ่มแกนนำพรรค ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน การได้รับการยอมรับจากประชาชนในฐานะตัวแทนที่เห็นใจและสะท้อนปัญหาของคนทั่วไปได้จริง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประชาชนจะภูมิใจในตัวเขาและพรรคก้าวไกล เพราะพรรคนี้มุ่งมั่นผลักดันประเด็นทางสังคมและการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าการเมืองแบบเดิมๆ ที่ถูกครอบงำโดยทุนผูกขาด ในมุมมองส่วนตัว การยอมรับและสนับสนุนคนรุ่นใหม่อย่างพิธานั้นสำคัญมาก เพราะเขาเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ และตั้งใจทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องการในช่วงเวลาที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน



