ไทยแลนด์🇹🇭 ดึงแรงงานศรีลังกา🇱🇰 1 หมื่นคนแทนกัมพูชาที่แห่กลับ
(19 ส.ค.68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบบันทึกความร่วมมือจัดหาแรงงานศรีลังกามาทำงานในไทยแทนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ ยืนยันศรีลังกามีความพร้อมส่งแรงงานได้ทันที 10,000 คน และตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 30,000 คนที่จะทยอยเข้ามาเสริมแรงงานไทยต่อเนื่อง พร้อมระบุไทยยังเปิดกว้างแรงงานจากประเทศอื่น ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเนปาล เพื่อไม่ให้ตลาดแรงงานสะดุด มั่นใจมาตรการใหม่นี้ช่วยแก้ปัญหาขาดแรงงานและเดินหน้าตลาดแรงงานไทยได้อย่างต่อเนื่อง
#ข่าวtiktok #แรงงานศรีลังกา #กระทรวงแรงงาน #แรงงานต่างด้าว #กรมการจัดหางาน
เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบัน การดึงแรงงานศรีลังกาเข้าสู่ตลาดแรงงานไทยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายเปิดกว้างของกระทรวงแรงงาน โดยมีแผนรองรับแรงงานศรีลังกากว่า 10,000 อัตราอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นการเสริมกำลังแรงงานทดแทนกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ นอกจากนี้ จำนวนนายแรงงานที่ลงทะเบียนเพื่อเข้ามาทำงานในไทยมีมากถึงกว่า 30,000 คน ซึ่งจะทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรการนี้ยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและธุรกิจบริการ ซึ่งตอนนี้กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างมาก การนำเข้าแรงงานจากศรีลังกายังช่วยให้ตลาดแรงงานไทยมีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากยังเปิดรับแรงงานจากประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเนปาล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสและทางเลือกให้กับนายจ้างและแรงงานด้วยกัน ในเชิงของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ การเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยและศรีลังกานั้น เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องมาตรฐานการจ้างงานและการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการใช้แรงงานอย่างไม่ถูกต้องและสร้างสภาพแวดล้อมที่สมเหตุสมผลในการทำงานของแรงงานต่างด้าว ด้วยแผนงานที่ชัดเจนและความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ไทยจึงมั่นใจว่ามาตรการนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานและเดินหน้าตลาดแรงงานไทยได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว และยังสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่องในหลายอุตสาหกรรม ตลอดจนเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ได้อีกด้วย

































