โฆษกรัฐบาลสวนกัมพูชา ไทยไม่เคยคิดไปศาลโลก เตรียมฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC เอาผิดเหตุระเบิดชายแดน
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเหตุทหารไทย 3 นาย เหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนบริเวณช่องโดนเอาว์–กฤษณา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยยืนยันไทยไม่เคยจะไปฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เพราะไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจตั้งแต่ปี 2503 แต่จะรวบรวมหลักฐานฟ้องศาลอาญาระหว่ างประเทศ ICC เอาผิดกัมพูชาในฐานะอาชญากรสงครามจากการโจมตีพลเรือน พร้อมเผยได้ร้องเรียนต่อประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาที่เจนีวา ชี้เป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่หลังเคยเคลียร์พื้นที่แล้ว ถือว่าละเมิดกฎหมายร้ายแรง และเกิดเพียง 2 วันหลังการประชุม GBC ที่ไทยเสนอเก็บกู้ร่วมแต่กัมพูชาปฏิเสธ
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฟ้องกัมพูชา #ศาลอาญาระหว่างประเทศ #กระทรวงกลาโหม
เหตุการณ์ที่ทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนช่องโดนเอาว์–กฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นเรื่องรุนแรงที่สะท้อนความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโฆษกรัฐบาลไทยยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่ยื่นฟ้องที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก เนื่องจากประเทศไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 และมุ่งเน้นที่จะรวบรวมหลักฐานต่างๆ ฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC แทน กับข้อกล่าวหากัมพูชาในฐานะผู้ก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งโจมตีประชาชนพลเรือนอย่างรุนแรง ประเด็นนี้ยังเกี่ยวพันกับอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดและระเบิดต่อต้านบุคคล โดยไทยได้ร้องเรียนต่อประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ณ กรุงเจนีวา ว่ามีการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกัมพูชาเคยมีการปฏิเสธข้อเสนอของไทยในการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดในภูมิภาคชายแดน ส่งผลให้ความไม่ไว้วางใจระหว่างสองฝ่ายเพิ่มขึ้น สำหรับผู้อ่านที่สนใจติดตามประเด็นด้านกฎหมายระหว่างประเทศและความขัดแย้งชายแดน การแยกความแตกต่างของเขตอำนาจศาลระหว่างศาลโลกและศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC มีความสำคัญอย่างยิ่ง ศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ถูกตั้งขึ้นเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมนั้นรวมถึงการโจมตีพลเรือน การวางระเบิดที่สร้างความเสียหายแก่ชุมชนโดยไม่เลือกเป้าหมาย และการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรงอื่นๆ ขณะที่ศาลโลก (ICJ) เป็นศาลระหว่างประเทศที่ช่วยแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยตรง ดังนั้น การเลือกศาลอาญาระหว่างประเทศมาฟ้องร้องในครั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงการให้น้ำหนักกับความรับผิดชอบบุคคลและความรุนแรงของเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังการประชุม GBC เพียงสองวัน ซึ่งไทยได้เสนอให้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันในพื้นที่ชายแดนเพื่อความปลอดภัยและลดความตึงเครียด แต่ถูกกัมพูชาปฏิเสธ ทำให้สถานการณ์ยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และบทบาทของกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พร้อมกันนี้แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าใจสถานการณ์และสนับสนุนการแก้ไขที่เป็นธรรมและสันติภาพบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแท้จริง




































