ด่วน‼️ สหรัฐฯ บีบไทยระงับเจรจาภาษี หลัง ‘นายกฯ หนู’ ประกาศ สันติภาพไทย–กัมพูชา มันจบลงแล้ว
สหรัฐฯ เดินเกมกดดัน หลังรองผู้แทนการค้าสหรัฐระงับการเจรจากรอบภาษีกับไทยชั่วคราว พร้อมโยงให้รัฐบาลไทยทำตามปฏิญญาสันติภาพไทย–กัมพูชา โดยก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้อัปเดตสถานการณ์ชายแดนให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฟังว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงสันติภาพ ลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่จนทหารไทยเจ็บหนัก และไทยต้องปกป้องอธิปไตยของตัวเอง ขณะเดียวกันสหรัฐฯ กับมาเลเซียก็ย้ำพร้อมหนุนให้ไทย–กัมพูชาเดินหน้าสันติภาพ แต่ไทยก็ยืนยันว่าเรื่องภาษีต้องคุยในกรอบการค้าล้วนๆทั้งที่ไทยย้ำมาตลอดว่าต้องแยกกันให้ชัด เพื่อประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ด้านนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศบอกชัดว่าไทยผิดหวัง เพราะสหรัฐฯ เอาเรื่องความมั่นคงมาปนกับการค้า
#ข่าวtiktok #ภาษีสหรัฐ #กระทรวงการต่างประเทศ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กรมการค้าต่างประเทศ
สถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชาในขณะนี้ยิ่งทวีความตึงเครียด หลังจากที่สหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการเจรจาภาษีการค้ากับไทยชั่วคราวโดยผูกโยงกับปัญหาสันติภาพไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายไทยเองได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าการเจรจาภาษีควรแยกจากประเด็นด้านความมั่นคงอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ จากข้อมูลล่าสุด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รายงานต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงสันติภาพด้วยการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และมาเลเซียยังยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาเดินหน้าสู่สันติภาพ แม้จะเผชิญความท้าทายและความขัดแย้งที่ซับซ้อนก็ตาม อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไทยได้แสดงความผิดหวังเนื่องจากสหรัฐฯ ได้นำเรื่องความมั่นคงมาผูกโยงกับประเด็นการค้าภาษี ทำให้การเจรจาด้านการค้าเกิดความล่าช้าและซับซ้อนมากขึ้น การบีบระงับเจรจาภาษีของสหรัฐฯ ย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อภาครัฐของไทยในการจัดการกับความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาคให้มีความสมดุล ในบริบทนี้ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การเจรจาภาษีกลับมาเดินหน้าได้ แต่ยังสร้างความมั่นคงและความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ ควรเข้าใจว่าเรื่องสันติภาพระหว่างประเทศนั้นมีความซับซ้อนและต้องการการเจรจาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว เรื่องราวนี้จึงเป็นข้อเตือนใจถึงความสำคัญของการสร้างสันติภาพและความร่วมมือที่แท้จริงเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


















































