กัมพูชาปัดใช้ทุ่นระเบิด ซัดไทยบิดเบือน-ไร้หลักฐาน จี้หยุดฟ้องเวทีโลก
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากไทยเรื่องใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ย้ำไม่มีมูล ไม่มีหลักฐาน ยืนยันกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา และมีผลงานเก็บกู้ระเบิดเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ระบุพื้นที่เกิดเหตุอยู่ที่หมู่บ้านเตโชมรกต จังหวัดพระวิหาร ซึ่งอยู่ในเขตกัมพูชาตามแผนที่ที่นา นาชาติยอมรับ พร้อมโต้ทหารไทยล้ำแดนและอ้างข้อมูลเก็บกู้เท็จ ทั้งที่กัมพูชายังตรึงกำลังอยู่ จี้ไทยหยุดบิดเบือนข้อมูล หยุดฟ้องประชาคมโลก และให้แก้ข่าวให้ถูกต้อง
#กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #ช่องบกอุบลราชธานี #ทหารกัมพูชา
ข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างหมู่บ้านเตโชมรกต จังหวัดพระวิหาร กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งที่ได้รับความสนใจจากประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน ซึ่งความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้ค่อนข้างสำคัญ เนื่องจากกัมพูชาเป็นภาคีของอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ซึ่งมีเป้าหมายในการยุติการใช้ การผลิต และการส่งออกทุ่นระเบิดทางทหาร รวมทั้งการเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดที่ยังตกค้าง ซึ่งกัมพูชาถือว่ามีผลงานเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พื้นที่หมู่บ้านเตโชมรกต จังหวัดพระวิหารนั้น ได้รับการยอมรับจากแผนที่นานาชาติว่าอยู่ในเขตกัมพูชา ซึ่งประเด็นนี้เป็นรากฐานสำคัญของความขัดแย้งทางชายแดนที่ต่อเนื่องมายาวนาน และส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างทหารสองฝ่าย โดยเฉพาะการล้ำแดนที่ทางกัมพูชาออกมาโต้แย้งว่าทหารไทยอ้างข้อมูลเก็บกู้ปลอม ทั้งนี้ การปฏิเสธของกัมพูชาเน้นย้ำว่ามีความพยายามที่จะรักษาสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมข้อเรียกร้องให้ไทยหยุดฟ้องข้อกล่าวหาต่อประชาคมโลกและปรับแก้ข้อมูลให้ถูกต้อง สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเรื่องดังกล่าว ควรติดตามข้อมูลข่าวสารที่มาจากแหล่งข้อมูลทางการและเชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลบิดเบือนที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการจัดการกับประเด็นปัญหาชายแดน โดยเฉพาะในด้านการป้องกันและจัดการกับทุ่นระเบิดให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่





























