สถานทูตไทยเตือนคนไทยในกัมพูชา รีบเดินทางกลับประเทศด่วน!
วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ แจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชาให้เดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชารุนแรงต่อเนื่อง มีการปะทะในหลายพื้นที่ เสี่ยงลุกลามและยืดเยื้อ คนไทยที่พำนักหรือเดินทางชั่วคราว หากไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนควรออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัย และขอให้งดเดินทางเข้ากัมพูชาในช่วงนี้ เบ อร์ติดต่อกรณีฉุกเฉินได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เบอร์ (+855) 975 749 682, สถานกงสุลใหญ่เสียมราฐ (+855) 86 608 999 และ Call Center กรมการกงสุล (+66) 2 572 8442
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #ทหารไทย #กระทรวงการต่างประเทศ #ข่าวกัมพูชา
สถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ทำให้เกิดความกังวลและความไม่ปลอดภัยอย่างมากสำหรับชาวไทยที่พำนักหรือเดินทางอยู่ในกัมพูชา หลายพื้นที่ใกล้เคียงได้เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามและยืดเยื้อออกไป ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญจึงออกคำเตือนให้คนไทยที่ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้รีบเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องอยู่ในกัมพูชาในช่วงเวลานี้ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพหรือเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่แนวชายแดนซึ่งมีการปะทะเกิดขึ้น และพยายามอยู่นอกเขตเสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายของความรุนแรง เพื่อช่วยให้การเดินทางและการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย คนไทยควรบันทึกหมายเลขติดต่อฉุกเฉินของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไว้ใกล้ตัว โดยสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญได้ที่หมายเลข (+855) 975 749 682 และสถานกงสุลใหญ่ในเสียมราฐที่ (+855) 86 608 999 รวมทั้งเบอร์ติดต่อ Call Center กรมการกงสุล (+66) 2 572 8442 ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนไทยในกัมพูชาในเวลานี้ ควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องจากทางการ และหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดความรุนแรง รวมถึงแจ้งสถานทูตหากประสบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากรัฐบาลไทยและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป























