ฮุนเซนโพสต์ชี้วิกฤตไทย-กัมพูชาคือโอกาส แนะประชาชนปลูกผัก-ขุดหลุมหลบภัยรับมือสงคราม
สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์หลังลงพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย ระบุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดจากสถานการณ์การเมืองในไทย แต่ถือเป็นโอกาสให้กัมพูชาผลิตพืชผักป้อนภายในประเทศ โดยให้ทหาร-ตำรวจ-ประชาชนร่วมส่งเสริมการเกษตร พร้อมแนะให้ประชาชนขุดหลุมหลบภัยรับมือเหตุฉุกเฉิน ชี้ไทยปิดด่านชา ยแดนเอง แต่เมื่อผลไม้เน่าก็มาเจรจา ย้ำกัมพูชาต้องการให้ชายแดนเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ไม่ใช่สนามความขัดแย้งระหว่างประเทศ
##ชายแดนไทยกัมพูชา##สมเด็จฮุนเซน##ไทยกัมพูชา##ข่าวกัมพูชา##cambodia##cambodianews##กระทรวงกลาโหมกัมพูชา##ดราม่า##ดราม่าวันนี้##ดราม่ารายวัน##ข่าวtiktok##ข่าวtiktoknews##tiktoknews##tiktokเล่าข่าว##เล่าข่าวtiktok##ข่าววันนี้##ข่าว##ข่าวล่าสุด
วิกฤตการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะเป็นสถานการณ์ตึงเครียดที่ทั้งสองประเทศต้องเผชิญ แต่ก็เปิดโอกาสสำคัญให้กัมพูชาได้พัฒนาและส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโช ฮุน เซน ได้นำเสนอไว้ ช่วยให้ประเทศสามารถลดการพึ่งพาพืชผักและผลผลิตจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศได้อย่างยั่งยืน การส่งเสริมให้ทหาร ตำรวจ รวมถึงประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเกษตรนั้น เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ในหลายมิติ ทั้งการสร้างรายได้และฝึกฝนอาชีพที่เป็นประโยชน์ในยามวิกฤต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชผักแบบยั่งยืน ส่งผลดีต่อตลาดในประเทศและสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ สำหรับชาวกัมพูชา นอกจากนี้ การแนะนำให้ประชาชนขุดหลุมหลบภัยเป็นการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์ความรุนแรงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น การวางแผนความปลอดภัยเชิงรุกนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับความไม่มั่นคงในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ฮุน เซนเน้นย้ำถึงความต้องการของกัมพูชาในการดึงชายแดนไทย-กัมพูชาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ไม่ใช่สนามความขัดแย้ง โดยส่งเสริมการเจรจาและการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องด่านชายแดนที่ถูกปิดและผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น กรณีผลไม้เน่าเสีย ที่เป็นประเด็นให้สองฝ่ายกลับมาหารือกัน ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าท่าทีของกัมพูชาในสถานการณ์นี้ เป็นการใช้วิกฤตให้เกิดโอกาสเพื่อสร้างความมั่นคงภายในประเทศ และเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศใกล้เคียงและนักวิเคราะห์ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้




