‘‘ฮุน เซน’ โพสต์ ไม่แปลกใจกับการทรยศของทักษิณ เขาสามารถทรยศแม้กระทั่งชาติของตนเอง จึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจที่เขาจะทรยศคนต่างชาติอย่างผม
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.68 สมเด็จ ฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความ
ขอเรียกร้องให้ผู้นำโลกและอาเซียน ยอมรับในสิ่งที่นายทักษิณได้เปิดเผยไว้ ดังที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ จังหวัดพระวิหาร เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การฉ้อโกงออนไลน์แพร่ระบาดอยู่ทั่วประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพ ที่เป็นแหล่งกบดานของอาชญากรไซเบอร์และฐานฟอกเงินขนาดใหญ่ เครือข่ายอาชญากรนี้ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากไทยไปกัมพูชามากขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 นายทักษิณได้ยอมรับต่อสาธารณชนในประเทศไทยว่า กลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์รายใหญ่ ได้พักอาศัยอย่างอิสระในอพาร์ตเมนต์หรู มูลค่าหลายพันล้านบาทในกรุงเทพ และเดินทางไปมาระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างเสรี
ในวันเดียวกัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทย ได้จับกุมบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ และการฟอกเงิน มูลค่า 11,520 ล้านบาท ณ สนามบินนานาชาติดอนเมือง
รายงานจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้เปิดเผยว่า การผลิตและการค้ายาเสพติดในภูมิภาค 3 เหลี่ยมทองคำ ที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา ลาว และไทย เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ไทยได้กลายเป็นเส้นทางการขนส่งหลักและศูนย์กลางการกระจายยาเสพติดจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลออกจากภูมิภาคนี้
ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้ผู้นำโลก และผู้นำอาเซียน ยอมรับการเปิดเผยของนายทักษิณเอง นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้นักการเมืองไทยหยุดกล่าวโทษกัมพูชา โดยไม่มีหลักฐาน ขณะเดียวกันก็เมินเฉยต่อประเทศตัวเอง ที่ได้กลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ แก๊งยาเสพติด และขบวนการฟอกเงิน
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีไทยซึ่งปัจจุบันถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ได้เคยกล่าวไว้ว่า การปิดพรมแดนกับกัมพูชาเพื่อปราบพนันออนไลน์นั้น “ถือเป็นการผิดศีลธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง” ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับภูมิภาคจากทุกประเทศ เพื่อร่วมกันจัดการกับอาช ญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ
เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเพิ่งทราบข่าวที่ว่าทักษิณ ประกาศว่า จะไม่มีสงครามระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ แต่กล่าวว่า นี่คือการแข่งขันดำน้ำ ใครทนอยู่นานกว่าก็ชนะ ซึ่งก็เข้าใจว่า ทักษิณกำลังเปรียบเปรยถึงความอดทนในการปิดพรมแดน ว่าฝ่ายใดสามารถทนได้นานกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการปิดด่านในครั้งนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือทักษิณเอง กัมพูชามุ่งมั่นที่จะเล่นเกมนี้ ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ความกังวลที่แท้จริง คือผู้ที่ผลักดันให้เล่นเกมนี้ จะพังทลายลงก่อนเกมจะจบลงหรือไม่
ผมอาจต้องใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมง หากจะพูดถึงทักษิณให้ครบทุกเรื่อง คนที่ผมเคยช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2549 – 2568 ช่วงเย็นวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายทักษิณได้แจ้งผ่าน เคลียง ฮวด ว่า นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพื่อให้พรรคเพื่อไทยสามารถเข้ามาควบคุมกระทรวงมหาดไทยได้ ผมได้ตอบกลับไปว่า “ถ้าจะปลดเขา ก็เตรียมตัวถูกปลดเองด้วย”
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่แปลกใจกับการทรยศของทักษิณเลย เขาสามารถทรยศแม้กระทั่งชาติของตนเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจที่เขาจะทรยศคนต่างชาติอย่างผม แต่ทักษิณไม่ควรลืมสิ่งมากมายที่เขาเคยมาสารภาพกับผมและขอคำปรึกษา เช่น การสั่งปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมภายใน 24 ชั่วโมง และคำพูดหมิ่นสถาบันต่อทั้งพระองค์ก่อน และพระองค์ปัจจุบัน
มีนักวิชาการไทยบางคนถึงกับกล่าวว่า ผมเข้าใจการเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง มันจะไม่ลึกซึ้งได้อย่างไรเล่า ในเมื่อทักษิณคอยอัปเดตข่าวสารและขอความคิดเห็นจากผมแทบทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน แล้วแต่ตารางงานของเขา ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของกัมพูชาเลย หากแต่เกี่ยวกับการเมืองของเขาในประเทศไทยทั้งสิ้น”
#ทักษิณ
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมที่ได้ติดตามและมีส่วนร่วมในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลสำคัญ ผมเห็นว่าเรื่องราวที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ได้เปิดเผยในบทความนี้ สะท้อนถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการแพร่ระบาดของอาชญากรรมไซเบอร์ในกรุงเทพฯ ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำกิจกรรมฟอกเงินและการพนันออนไลน์ข้ามชาติ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของภูมิภาคและความเชื่อมั่นของประชาชน นอกจากนี้ รายงานจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ยังชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการผลิตและค้ายาเสพติดในภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งไทยกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งยาเหล่านี้ นี่คือความท้าทายที่รัฐบาลและประชาคมอาเซียนต้องร่วมมือกันแก้ไข จากการพูดคุยส่วนตัวที่ผมได้ยินเกี่ยวกับการเมืองไทย ทำให้เข้าใจว่าปัญหาบางเรื่องไม่ได้มีเพียงมิติภายในเท่านั้น แต่ลึกซึ้งถึงระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำให้ผู้ที่ติดตามข่าวสารและการเมืองภูมิภาคนี้ หมั่นติดตามสถานการณ์อย่างระมัดระวังและพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อสร้างมุมมองที่ครบถ้วนและเกื้อหนุนการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน
















