ดักปลาได้งู! ลุงบุรีรัมย์ 69 ปีวางลอบดักปลาเจองูเห่าพ่นพิษใส่ตา โชคดีตั้งสติล้างตาทัน
เหตุเกิดที่ ต.หนองโสน จ.บุรีรัมย์ นายที อายุ 69 ปี วางลอบดักปลาแล้วเจองูเห่าพ่นพิษใส่ตาซ้าย รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดก่อนโทรเรียกหน่วยกู้ชีพช่วยส่งโรงพยาบาลนางรอง แพทย์หญิงภาณิตา จักษุแพทย์ ระบุผู้บาดเจ็บล้างตาถูกวิธี ทำให้พิษเจือจาง อาการอยู่ระหว่างประเมิน คาดไม่รุนแรงมากแต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #พิษงูเห่า #ข่าวบุรีรัมย์ #ข่าวเกษตรกร
เหตุการณ์ดักปลาเจองูเห่าพ่นพิษใส่ตายังเป็นตัวอย่างเตือนใจสำคัญเกี่ยวกับอันตรายจากงูพิษที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในชุมชนชายขอบพื้นที่ธรรมชาติ เช่นที่ จ.บุรีรัมย์ การรู้จักและมีความเข้าใจเรื่องพิษงูเห่า รวมถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง งูเห่าเป็นหนึ่งในงูพิษที่พบได้บ่อยในไทย มีพิษที่รุนแรงหากได้รับเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เช่นผ่านการกัดหรือการพ่นพิษในดวงตา การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต เช่นในกรณีของลุงวัย 69 ปี ผู้ได้รับพิษงูเห่าและรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันทีซึ่งช่วยเจือจางพิษและบรรเทาอาการได้ดี คำแนะนำสำหรับผู้ที่ทำกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ, หลีกเลี่ยงการวางลอบหรือจับสัตว์โดยไม่ระมัดระวัง, และเตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดตัวเสมอ เช่น น้ำสะอาดสำหรับล้างแผลหรือล้างตาในกรณีโดนพิษงูพ่น นอกจากนี้การเรียนรู้การแยกแยะชนิดงูพิษและงูไม่พิษก็เป็นประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น ในกรณีฉุกเฉินถ้าถูกงูพิษกัดหรือโดนพิษงูพ่น ควรรีบล้างบริเวณที่ได้รับพิษด้วยน้ำสะอาด อย่าใช้การดูดหรือทำแผลเพิ่ม การเคลื่อนไหวควรน้อยที่สุดเพื่อชะลอการแพร่กระจายของพิษและรีบโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที งูพิษอย่างงูเห่ามักทำพิษร้ายแรงได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว บทความนี้จึงเน้นย้ำให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือทำกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษงูและวิธีปฐมพยาบาลยังช่วยสร้างความตื่นตัวและลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุพิษงูในชุมชนได้อีกด้วย



















