ปปช.เปิดทรัพย์สิน ฉันทวิชญ์ อดีตรมช.พาณิชย์ คู่สมรส วีระพงษ์ ตาม กฎหมายสมรสเท่าเทียม
ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สินของ เอิร์ธ ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ วัย 35 ปี รัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในรัฐบาลแพทองธาร 1/2 คู่สมรสคือ อาร์ท วีระพงษ์ ประภา อดีตผู้แทนการค้าไทยและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทรัพย์สินราว 9.7 ล้านบาท หนี้เพียง 408 บาท ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใ ช้เพียงวันเดียว ก่อนเอิร์ธเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี กลายเป็นรัฐมนตรีคู่สมรสเท่าเทียมคู่แรกของไทย สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเท่าเทียมในสังคม
#ข่าวtiktok #สำนักงานปปช #สมรสเท่าเทียม #กระทรวงพาณิชย์ #คณะรัฐมนตรี
ในปี 2563 ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งเปิดโอกาสให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิพลเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่ามีบุคคลสำคัญในวงการการเมือง เช่น ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคู่สมรสของเขา อาร์ท วีระพงษ์ ประภา ที่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายนี้อย่างเป็นทางการและกลายเป็นรัฐมนตรีคู่สมรสเท่าเทียมคู่แรกของประเทศไทย การเปิดเผยทรัพย์สินโดย ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในระบบการเมืองไทย โดยฉันทวิชญ์และคู่สมรสได้แจ้งทรัพย์สินรวมกันประมาณ 9.7 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือหนี้สินของทั้งคู่มีจำนวนน้อยมากเพียง 408 บาท แสดงถึงความรอบคอบและความรับผิดชอบทางการเงินอย่างสูง นอกจากนี้การจดทะเบียนสมรสกันในวันเดียวกับที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและสัญลักษณ์ความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อสิทธิความเท่าเทียมในสังคม ประเด็นนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในสังคมไทยที่ยังคงเผชิญกับอุปสรรคในเรื่องสิทธิสมรส และทำให้เห็นว่าการเปิดรับความหลากหลายทางเพศเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ การมีรัฐมนตรีที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียม แต่ยังช่วยขับเคลื่อนนโยบายและสังคมให้เปิดกว้าง รวมถึงสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและยอมรับในความหลากหลายทางเพศในทุกระดับ ด้วยการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินนี้ สังคมไทยได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจในมิติใหม่ของความเท่าเทียมทางกฎหมายและสิทธิพลเมือง พร้อมทั้งย้ำเตือนให้เห็นว่าการสนับสนุนความเท่าเทียมกันนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมาย แต่ยังเป็นเรื่องของการยอมรับความหลากหลายและความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันในสังคมโดยรวม


