ไทยส่งหนังสือประท้วงเมียนมา! ขอให้เลิกบึ้ม "เคเคปาร์ค" หวั่นกระทบบ้านคนไทย แนะเปลี่ยนใช้เครื่องจักร
พันเอกชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ผบ.ฉก.ราชมนู) อ.แม่สอด เปิดเผยว่า ทางการไทยได้ส่งหนังสือประท้วงฝ่ายเมียนมาผ่าน ชุดประสานงานไทย-เมียนมา (ทีบีซี) แล้วถึง 6 ครั้ง หลังการระเบิดทำลายอาคารสำนักงานใน KK-Park อ.เมียวดี เพื่อปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรไทย โดยไทยได้เสนอขอให้ฝ่ายเมียนมาเปลี่ยนมาใช้วิธี ใช้เครื่องจักรกล ทำลายอาคารแทนการใช้ระเบิด ซึ่งเมียนมาอ้างว่าอยู่ระหว่างรอคำตอบจากหน่วยเหนือ
#ข่าวtiktok #ชายแดนเมียนมา #ข่าวเมียนมา #ข่าวกะเหรี่ยง #กระทรวงกลาโหม
เหตุการณ์ระเบิดที่ศูนย์ KK-Park ซึ่งเป็นศูนย์ที่ใช้ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดน ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อบ้านเรือนของประชาชนริมชายแดนฝั่งไทย ชาวบ้านหลายคนต่างรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่นั้นๆ เนื่องจากแรงระเบิดและเสียงดังส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนไทยที่อยู่ใกล้เคียง จากข้อมูลที่ได้รับ ทหารไทยโดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนูได้ดำเนินการเจรจาและส่งหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายเมียนมาแล้วถึง 6 ครั้งผ่านชุดประสานงานไทย-เมียนมา (ทีบีซี) เพื่อเรียกร้องให้เมียนมาเลิกใช้วิธีการระเบิดในการทำลายอาคาร และแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกลแทน เพื่อลดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในชายแดน ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการกระทำผิดกฎหมายข้ามประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายไทยและเมียนมาต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการแก้ไข แต่หากใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนในพื้นที่ เช่น การใช้ระเบิดทำลายอาคาร การแก้ปัญหาอาจย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ รวมถึงสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนชายแดนฝั่งไทย วิธีการใช้เครื่องจักรกลในการรื้อถอนอาคาร จึงเป็นทางเลือกที่สามารถลดความเสียหายต่อราษฎรและทรัพย์สิน โดยเครื่องจักรกลสามารถควบคุมการทำลายอาคารได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยมากกว่าวิธีการใช้ระเบิด ที่อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนและเศษซากกระจัดกระจาย ซึ่งเสี่ยงต่อการสร้างอันตรายและความเสียหายอย่างไม่ตั้งใจ การส่งหนังสือประท้วงร่วมกับการประสานงานผ่านทีบีซีแสดงให้เห็นถึงความพยายามของไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสงบและเป็นทางการ พร้อมทั้งรอการตอบกลับจากฝ่ายเมียนมาหรือหน่วยงานเหนือเพื่อกำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป สำหรับประชาชนชายแดนไทย ควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าจากทางการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเบาะแสหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวนี้ ในอนาคตการแก้ไขปัญหากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์และความไม่สงบชายแดนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและเมียนมาในทุกระดับ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองฝ่ายและความมั่นคงของภูมิภาค



































