ด่วน! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา! ระบายน้ำเกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที เสี่ยงท่วมเพิ่ม
กรมชลประทาน ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมใกล้ชิด หลังมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ มากกว่า 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นใน 11 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ คลองโผงเผง, คลองบางบาล, และริมแม่น้ำน้อย โดยจังหวัดหลักที่ได้รับผลกระทบ คือ ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ลพบุรี, สระบุรี, อุทัยธานี, นครสวรรค์, ปทุมธานี, นนทบุรี, และกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศของทางราชการและเตรียมขนของขึ้นที่สูงโดยด่วน
#ข่าวtiktok #กรมชลประทาน #ข่าวเตือนภัย #เขื่อนเจ้าพระยา #พายุคัลแมกี
ในสถานการณ์ที่กรมชลประทานได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอย่างนี้ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนใน 11 จังหวัดหลักๆ ได้แก่ จังหวัดชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดในภาคกลางที่อยู่ติดกัน อาทิ ลพบุรี, สระบุรี, อุทัยธานี, นครสวรรค์, ปทุมธานี, นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่ประชาชนต้องให้ความสนใจและรับมืออย่างจริงจัง คลองโผงเผง, คลองบางบาล และริมแม่น้ำน้อยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่น้ำจะท่วมได้ง่าย การเพิ่มปริมาณการระบายน้ำครั้งนี้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่างๆ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีพายุ เช่น พายุคัลแมกีที่เพิ่งผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ต้องระบายมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมเขื่อน ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้คลองและแม่น้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดจากกรมชลประทานและหน่วยงานราชการท้องถิ่น เพื่อเตรียมพร้อมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และหากจำเป็นต้องอพยพควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ รวมถึงตรวจสอบระบบป้องกันน้ำท่วมในบริเวณที่พักอาศัย เช่น คันกั้นน้ำ หรือเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน ในระยะยาว การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประชาชนเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์น้ำอย่างทันท่วงที ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองและช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ ขอให้ทุกคนในพื้นที่ 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และดูแลความปลอดภัยตนเองและครอบครัวอย่างเคร่งครัด































































