🇲🇲 เมียนมาชุดแรกถึงสวน! เริ่มทำงานเก็บลำไยที่สระแก้ว/จันทบุรี 201 คน ทดแทนแรงงานกัมพูชา
วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ปลูกลำไยขนาดใหญ่ รอยต่อ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ได้นำ แรงงานชาวเมียนมาเชื้อสายกะเหรี่ยง จำนวน 201 คน จากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านต้นยาง จ.กาญจนบุรี เข้ามาทำงานเก็บลำไยเป็นวันแรก เพื่อ ทดแทนแรงงานกัมพูชา ที่อพยพกลับประเทศไปก่อนหน้านี้ โดยแรงงานชุดนี้เข้ามาอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย ตามมติ ครม. มีสัญญาจ้าง 1 ปี และได้รับค่าแรงตามค่าแรงขั้นต่ำของไทย. นายณรงค์เวทย์ มหเศรษฐพงษ์ ฝ่ายจัดซื้อลำไยเพื่อการส่งออก เผยว่า แรงงานชุดนี้มีความตั้งใจสูงและจะเป็น แรงงานสำคัญ ในการเก็บลำไยรุ่นตรุษจีน
#ข่าวtiktok #ข่าวกะเหรี่ยง #ข่าวเมียนมา #แรงงานต่างด้าว #กระทรวงแรงงาน
ในช่วงฤดูกาลเก็บลำไยที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นของจันทบุรีและสระแก้ว การได้รับแรงงานกะเหรี่ยงจากเมียนมาตามกฎหมายถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวหลังจากที่แรงงานกัมพูชาได้กลับประเทศไปก่อนหน้านี้ แรงงานกลุ่มกะเหรี่ยงนี้ได้ผ่านการจัดการอย่างถูกต้องตามมติของคณะรัฐมนตรี และได้รับการว่าจ้างด้วยสัญญาอย่างชัดเจนเป็นเวลา 1 ปี พร้อมรับค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายไทย การมีแรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ยังสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรและผู้ส่งออกลำไยในเรื่องของคุณภาพและความต่อเนื่องของแรงงานช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ การใช้แรงงานกะเหรี่ยงที่มีความตั้งใจสูง ยังช่วยสร้างสังคมแรงงานที่มีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเก็บลำไยรุ่นตรุษจีนที่มีความต้องการแรงงานสูง แรงงานเหล่านี้จะได้รับการฝึกอบรมและดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้งการจัดเตรียมแรงงานชาวเมียนมาชุดนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงแรงงานที่เน้นการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างมีระบบและถูกกฎหมาย เพื่อรองรับความต้องการแรงงานในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกลำไยขนาดใหญ่บริเวณรอยต่ออ.สอยดาว จังหวัดจันทบุรี กับอ.วังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีการผลิตลำไยในปริมาณมากและส่งออกไปยังต่างประเทศในช่วงเทศกาล ด้วยความร่วมมือจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านต้นยาง จังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง การนำเข้าแรงงานกะเหรี่ยงอย่างถูกกฎหมายครั้งนี้ยังเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถรักษาระดับการผลิตและคุณภาพของผลผลิตได้ในระยะยาว ซึ่งนับว่าเป็นการตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่อย่างลงตัว
