ปราสาทตาควายที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ แต่กรมศิลป์ ยืนยัน ซ่อมแซมได้ - จวกกัมพูชาไม่หวงแหน ใช้เป็นป้อมปืน โล่ในการรบ
นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร ระบุว่า ปราสาทตาควายที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ สามารถบูรณะซ่อมแซมได้ หากสถานการณ์ยุติลงและสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลได้ นายทศพรชี้ว่า ปราสาทเป็นโบราณสถานอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งเคยมีข้อตกลง MOU 43 ทำให้กรมศิลปากรยุต ิการสำรวจและบูรณะตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรฯ ตั้งข้อสังเกตว่า กัมพูชาไม่เคารพกติกาสากลและไม่หวงแหนโบราณสถาน เพราะมีการ นำอาวุธและยุทโธปกรณ์เข้าไปตั้งไว้ในปราสาทตาควาย ทำให้กลายเป็นป้อมปืน
#ข่าวtiktok #กรมศิลปากร #ปราสาทตาควาย #กระทรวงวัฒนธรรม #ชายแดนไทยกัมพูชา
ปราสาทตาควายถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของนายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ระบุว่า ปราสาทแห่งนี้สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูได้หากสถานการณ์ความตึงเครียดสิ้นสุดลงและสามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลภาคสนามได้ การซ่อมแซมโบราณสถานที่เสียหายจากการสู้รบถือเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย พร้อมทั้งการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ก่อนหน้านี้มีข้อตกลง MOU 43 ซึ่งส่งผลให้กรมศิลปากรต้องหยุดการสำรวจและบูรณะบริเวณดังกล่าวมากว่า 20 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่กัมพูชานำอาวุธและยุทโธปกรณ์เข้าไปตั้งในปราสาทตาควาย ถือเป็นการไม่เคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมและกติกาสากล รวมถึงทำลายคุณค่าที่แท้จริงของโบราณสถานซึ่งควรได้รับการสงวนรักษาเพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่แก่คนรุ่นหลัง การซ่อมแซมปราสาทตาควายไม่เพียงแต่จะฟื้นฟูโบราณสถานที่สำคัญ แต่ยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้ชุมชนรอบข้างได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเรียนรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่ การฟื้นฟูนี้จะต้องมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและความมั่นคง รวมถึงต้องศึกษาสภาพความเสียหายและใช้เทคโนโลยีในการบูรณะอย่างเหมาะสม เพื่อรักษารูปแบบและความเป็นเอกลักษณ์ของปราสาทตาควายอย่างดีที่สุด ดังนั้น การรักษาและฟื้นฟูปราสาทตาควายในช่วงเวลาหลังสถานการณ์สู้รบยุติลงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทยต่อไปในอนาคต
