กสทช. สั่งค่ายมือถือ "ปฏิเสธลงทะเบียนซิมใหม่" กลุ่มบัญชีดำอาชญากรรมไซเบอร์ ตัดวงจรมิจฉาชีพ
(30 ม.ค. 69) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. เผยมติให้ผู้ให้บริการมือถือแบนบุคคลที่มีชื่อในบัญชีต้องสงสัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยห้ามลงทะเบียนเลขหมายเพิ่มเติมและสั่งระงับเบอร์ต้องสงสัยไปแล้วกว่า 10,676 เลขหมายตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมฯ พร้อมอนุมัติงบ 8.4 ล้านบาทให้มหาว ิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำโครงการ Scam alert เพื่อเตือนภัยการหลอกลวงให้ประชาชนรู้เท่าทัน
#ข่าวtiktok #กสทช #อาชญากรรมไซเบอร์ #ชายแดนกัมพูชา #อาชญากรรมข้ามชาติ
จากประสบการณ์ที่เคยพบเจอปัญหาการหลอกลวงผ่านโทรศัพท์มือถือ ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป ผมเห็นว่าการที่ กสทช. สั่งให้ค่ายมือถือปฏิเสธการลงทะเบียนซิมใหม่ของกลุ่มบัญชีดำอาชญากรรมไซเบอร์ ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นและช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างมาก ที่ผ่านมา ซิมผีหรือซิมที่ถูกใช้ทำกิจกรรมผิดกฎหมายมักสร้างปัญหาให้กับหลายฝ่าย ทั้งในแง่การกระจายข่าวปลอม การหลอกลวงขโมยข้อมูล จนถึงการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ การตัดวงจรมิจฉาชีพโดยเด็ดขาดผ่านการแบนซิมเหล่านี้จึงช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผู้กระทำผิดไม่สามารถใช้ช่องทางนี้ดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้ การอนุมัติงบประมาณกว่า 8.4 ล้านบาทให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินโครงการ Scam alert ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการให้ความรู้และเตือนภัยสังคมเรื่องการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผมเองได้ติดตามและพบว่าโครงการนี้ช่วยสร้างความเข้าใจและความตื่นตัวให้กับประชาชนทั่วไปได้ดีขึ้น ช่วยลดความสูญเสียทางการเงินและข้อมูลส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าถึงแม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นเรื่องดี แต่ประชาชนเองก็ควรพัฒนาความรู้และทักษะด้านการรับมือกับภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เช่น การระวังไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล การเช็กข่าวสารที่ได้รับว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่าเมื่อภาครัฐและผู้ให้บริการมือถือร่วมมือกันอย่างจริงจัง และประชาชนช่วยกันตื่นตัว การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ด้วยการตัดวงจรมิจฉาชีพอย่างที่กสทช. ดำเนินการนี้ จะส่งผลดีต่อความปลอดภัยในสังคมไทยโดยรวมในระยะยาวอย่างแน่นอน

































