เพื่อไทยชี้แจง MOU ไทย-กัมพูชา 7 ฉบับ ยันเจตนาสร้างมิตรภาพและเศรษฐกิจ ไม่ใช่การประเคนประโยชน์
(23 ก.พ. 69) นายพายุ เนื่องจำนงค์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีโซเชียลโจมตีอดีตนายกฯ แพทองธาร เรื่องการลงนาม MOU กับกัมพูชา โดยยืนยันว่าบันทึกความเข้าใจทั้ง 7 ฉบับ เน้นความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ สิ่งแวดล้อม และการจ้างแรงงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศในช่วงสงบสุข ไม่ใช่สนธิสัญญาผูกมัดถาวรและสามารถระงับหร ือยกเลิกได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ปัจจุบัน ย้ำกระบวนการเจรจามีความโปร่งใสและไม่มีเนื้อหาที่ทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์ตามที่มีการบิดเบือน
#ข่าวtiktok #ข่าวกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #mouกัมพูชา #ข่าวการเมือง
จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามและศึกษาเรื่องข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น MOU ที่ไทยทำกับกัมพูชา เราจะเห็นว่าเอกสารเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่สัญญาผูกมัดถาวร แต่เป็นข้อตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในหลายด้าน เช่น โลจิสติกส์ สภาพแวดล้อม และแรงงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ต่างประเทศสงบสุข การลงนาม MOU ทั้ง 7 ฉบับนั้น ถือเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความช่วยเหลือในเรื่องการจ้างแรงงานระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น ช่วยขยายโอกาสในการทำงานและพัฒนาเศรษฐกิจของคนทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การกล่าวถึงความโปร่งใสของกระบวนการเจรจา ยังสร้างความมั่นใจว่าข้อตกลงเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประเทศเสียเปรียบหรือประโยชน์โดนประเคนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่างจากข่าวลวงที่อาจถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มักบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ผมเห็นว่าการทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเบื้องหลังข้อตกลงเหล่านี้ จะช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจและเห็นความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ ในฐานะที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนความสัมพันธ์อันดี ทำให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น หากใครยังสงสัยหรือได้รับข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับ MOU ไทย-กัมพูชา 7 ฉบับนี้ ผมแนะนำให้ติดตามจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และดูรายละเอียดข้อเสนอจริงๆ เพื่อประเมินว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร รวมทั้งเข้าใจว่าข้อตกลงพวกนี้สามารถยกเลิกหรือระงับได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ซึ่งแสดงถึงความยืดหยุ่นและความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล
























































