CIB ผนึก กสทช. ทลายจุดส่งเน็ตข้ามแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค่าบริการพุ่ง 4 แสนต่อเดือน
(8 มี.ค. 69) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กสทช. บุกตรวจค้นบ้านพักใน ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Fix IP ถึง 6 วงจร โดยมีการฝังสายไฟเบอร์ออฟติกใต้ดินลึก 2 เมตรลากข้ามแดนไปยังฝั่งเมียนมาเพื่อสนับสนุนแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ ตรวจพบค่าบริการรายเดือนสู งถึง 400,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด Router และอุปกรณ์โครงข่ายประสิทธิภาพสูงหลายรายการเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและตัดวงจรการสื่อสารของมิจฉาชีพข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยเมียนมา #ชายแดนแม่สอด #อาชญากรรมไซเบอร์ #ตำรวจไซเบอร์
เหตุการณ์ทลายจุดส่งเน็ตข้ามแดนแม่สอดที่เกิดขึ้นนั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างมากในแง่ของการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ เพราะการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Fix IP จำนวนนับหลายวงจร รวมถึงการฝังสายไฟเบอร์ออฟติกใต้ดินข้ามไปยังฝั่งเมียนมา เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการลักลอบใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามชาติที่ซับซ้อน จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคนี้ ผมพบว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงข้ามชายแดนมักกลายเป็นช่องทางสำคัญให้แก๊งอาชญากรนำมาใช้สำหรับหลบเลี่ยงการตรวจสอบและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ความร่วมมือกันอย่างเข้มข้นระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กสทช. เพื่อจัดการและปิดจุดอ่อนเหล่านี้ อีกทั้งการตรวจจับและตรวจยึด Router รวมถึงอุปกรณ์โครงข่ายประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก ถือเป็นการตัดวงจรการสื่อสารที่สำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ระบบการทำงานของกลุ่มนี้มีอุปสรรคและอาจช่วยลดจำนวนเหยื่อที่โดนหลอกจากการโทรศัพท์ลวงทุนหรือหลอกลวงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงถึง 400,000 บาท แสดงให้เห็นว่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การหลอกลวงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังชี้ให้เห็นถึงการเติบโตและความซับซ้อนของอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ที่นอกจากจะช่วยรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แล้ว ยังเป็นการปกป้องประชาชนจากภัยร้ายของมิจฉาชีพออนไลน์และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอีกด้วย


