นายกฯ สั่งข้าราชการ WFH ทันที รับวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง พร้อมงดดูงานนอก
(10 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุม ครม. ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มมาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ในส่วนงานที่ไม่กระทบการบริการประชาชน เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวัน ออกกลาง พร้อมสั่งงดเดินทางศึกษาดูงานหรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้ปรับมาดำเนินการภายในประเทศแทน ด้าน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ ทั้งการปรับแอร์ 26-27 องศา งดใส่สูทผูกเนคไท และเตรียมแผนบังคับปิดป้ายโฆษณา-ปิดปั๊มน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
#ข่าวtiktok #workfromhome #กรมประชาสัมพันธ์ #ตะวันออกกลาง #คณะรัฐมนตรี
ในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกมีความเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน ผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลางทำให้หน่วยงานราชการและภาคธุรกิจในประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือด้วยมาตรการต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและลดความหนาแน่นของการเดินทาง นอกจากนี้ การยกเลิกการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ และเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการอบรมภายในประเทศ ก็เป็นแนวทางป้องกันไม่ให้ใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น จากประสบการณ์ตรงในการทำงานแบบ Work From Home ทำให้เห็นถึงข้อดีหลายอย่าง เช่น การประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องเดินทาง ลดเวลาการเดินทางที่บางครั้งใช้มากกว่าเวลางานจริง รวมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ด้วย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น การสื่อสารหรือประสานงานที่บางครั้งอาจไม่สะดวกเท่าการพบปะกันโดยตรง แต่สถานการณ์วิกฤตพลังงานนี้เป็นโอกาสที่ทำให้ทุกฝ่ายเรียนรู้และปรับตัวไปยังรูปแบบการทำงานใหม่เพื่อความยั่งยืน นอกจากนั้น มาตรการประหยัดพลังงานในสำนักงาน เช่น การตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26-27 องศา งดใส่สูทหรือผูกเนคไท ที่จริงแล้วเป็นแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันได้มากพอสมควร และถ้าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น การปิดป้ายโฆษณาและปั๊มน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม ก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ประชาชนควรเตรียมรับมือ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในช่วงวิกฤต ต่อให้สถานการณ์พลังงานยังไม่คลี่คลายอย่างรวดเร็ว แต่แนวทางปฏิบัติเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญเพื่อช่วยลดผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นต้นแบบของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต














