เกษตรกรอุทัยธานี โอดต้นทุนทำนาพุ่งสวนทางราคาข้าวที่ลดลง น้ำมันพุ่งลิตรละ 6 บาท!
(26 มี.ค. 69) บรรยากาศตามปั๊มน้ำมันในอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัดหลังราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยกลุ่มเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการสูบน้ำทำนาต่างแสดงความกังวลใจต่อต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นแต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรยังคงตกต่ำ บางรายที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอได้เร ่งนำถังขนาด 200 ลิตรมาเติมน้ำมันสำรองไว้เพราะเกรงว่าราคาจะขยับขึ้นอีกในระยะต่อไป พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการพยุงราคาน้ำมันให้กลับมาอยู่ในระดับลิตรละ 30 กว่าบาทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
#ข่าวtiktok #สถานการณ์น้ำมัน #สถานการณ์พลังงาน #กระทรวงพลังงาน #ราคาน้ำมัน
ในฐานะที่เคยได้สัมผัสสถานการณ์ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรโดยตรง ต้องบอกว่าเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นสูงกระทบอย่างมากต่อการทำเกษตร โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่ชนบทที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมากสำหรับการสูบน้ำเข้าทุ่งนา ปกติทุกปีเกษตรกรต้องเตรียมต้นทุนทั้งค่าน้ำมัน น้ำ ค่าแรงงาน แต่เมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 6 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน สิ่งนี้นำไปสู่ความกังวลเรื่องความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงอัตรากำไรที่ลดลงตามราคาข้าวที่ตกต่ำ หลายๆ คนที่ผมเคยพูดคุยด้วยบอกว่า การเลือกเก็บน้ำมันสำรองในถังขนาดใหญ่เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีก ทั้งนี้นอกจากผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังมีผลต่อราคาสินค้าและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรวม เพราะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ผู้บริโภครับซื้อไม่ขยับตาม ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง ผมเห็นว่ารัฐควรเร่งหามาตรการสนับสนุน เช่น การตรึงราคาน้ำมันหรือให้เงินช่วยเหลือในช่วงที่ราคาปรับสูง เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนักเพียงลำพัง รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมัน เช่น ระบบสูบน้ำที่ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือการปรับเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการน้ำในนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการต้นทุนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว











