เตือน‼️ร้อนจัด 43 องศาฯ กรมอุตุฯ เฝ้าระวัง ‘ดัชนีความร้อน’ พุ่งสูง คาดว่าจะมีพายุฤดูร้อนช่วง 13-15 เมษายนนี้

(6 เม.ย. 69) นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยสถานการณ์อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะภาคเหนือที่ จ.ลำปาง และ จ.แม่ฮ่องสอน อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง "ดัชนีความร้อน" ที่สะท้อนความรู้สึกร้อนจริงของร่างกายซึ่งมักสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทะเลในช่วงบ่ายที่มีความชื้นสูง จะทำให้ร่างกายระบายความร้อนยาก เสี่ยงเกิดภาวะฮีทสโตรกในกลุ่มเปราะบางและผู้ทำงานกลางแจ้ง ทั้งนี้คาดว่าจะมีพายุฤดูร้อนเข้ามาช่วยบรรเทาความร้อนในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนนี้

#ข่าวtiktok #กรมอุตุนิยมวิทยา #ข่าวเตือนภัย #พายุฤดูร้อน #อากาศร้อน

4/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัด การเฝ้าระวังดัชนีความร้อนหรือ Heat Index เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะดัชนีนี้สะท้อนความรู้สึกร้อนที่แท้จริงของร่างกายซึ่งอาจสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น บริเวณใกล้ทะเล ที่มักพบความชื้นร่วมกับอุณหภูมิสูงในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ลำบากและเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกได้ง่าย ผมเคยสัมผัสกับอากาศร้อนจัดในภาคเหนือเอง โดยเฉพาะที่จังหวัดลำปางและแม่ฮ่องสอน อุณหภูมิในบางวันที่ผ่านมาเกือบทะลุ 43 องศาเซลเซียส รู้สึกได้ถึงความร้อนอบอ้าวจนแทบหายใจไม่ออก ทำให้หลังจากออกกลางแจ้งมักรู้สึกเหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่แนะนำให้ระวังกลุ่มคนเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงเจ้าหน้าที่หรือคนงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งควรพักและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การมีพายุฤดูร้อนเข้ามาช่วยในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนนี้ อาจช่วยบรรเทาอากาศที่ร้อนจัดลงบ้าง แต่ในขณะเดียวกันพายุฤดูร้อนก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ฝนตกหนักลมกระโชกแรงชั่วคราว ดังนั้นการติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ควรป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุด สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากเตือนเพื่อน ๆ ทุกคนให้ใส่ใจสุขภาพช่วงนี้เป็นพิเศษ อย่าประมาทกับอากาศร้อนจัด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ทั้งนี้ยังควรให้ความรู้แก่คนรอบข้างโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เพื่อให้รับมือกับสภาพอากาศได้ดีขึ้นและปลอดภัยจากปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้