ทปอ. ยื่นโมเดล "New Growth University" หวัง รองนายกฯ ยศชนัน ผลักดันมหาวิทยาลัยเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
(17 เม.ย. 69) เครือข่ายอุดมศึกษาไทย 4 กลุ่มสถาบัน (ทปอ., ทปอ.มรภ., ทปอ.มทร. และ สสอท.) นำโดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธาน ทปอ. เข้ายื่นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ต่อ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. ชูโมเดล “New Growth University” เปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัยจากผู้ผลิตบัณฑิตสู่การเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ เน้น 4 มิติรุก ได้ แก่ เศรษฐกิจนวัตกรรม, การสร้างกำลังคนทักษะสูง, ความมั่นคงของรัฐ และมิติสังคม พร้อมเสนอมาตรการ Quick Wins ใน 6 เดือน เช่น การสร้าง Living Lab ในพื้นที่มหาวิทยาลัย และขอปลดล็อกงบประมาณเป็นแบบ Block Grant เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
#ข่าวtiktok #ข่าวการศึกษา #ข่าวเศรษฐกิจ #มหาวิทยาลัย #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
จากการเสนอโมเดล "New Growth University" ที่เน้นเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยจากแค่การผลิตบัณฑิตไปสู่การเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศนั้น ถือเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงความตระหนักในบทบาทที่ลึกซึ้งและกว้างขึ้นของสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลก เช่นเดียวกับในประเทศไทย การผลักดันมหาวิทยาลัยสู่โมเดลนี้ไม่ได้จำกัดเพียงการยกระดับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ตลาดงานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี, การพัฒนาทักษะเฉพาะทางของกำลังคน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล และมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ในประสบการณ์ส่วนตัว งานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้จากมหาวิทยาลัยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่ชุมชนและภาคธุรกิจ การมี Living Lab ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทดสอบและต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เราสามารถเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากการทดลองจริงในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงการใช้งานจริง นอกจากนี้ การขอปลดล็อกงบประมาณแบบ Block Grant จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการทรัพยากรให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถนำไปลงทุนในโครงการที่มีผลกระทบสูงและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของตนเองมากขึ้น ทำให้เกิดความรวดเร็วและประสิทธิภาพในเชิงยุทธศาสตร์ ท้ายที่สุด โมเดลนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ไม่สามารถแยกส่วนออกจากการพัฒนาการศึกษาและนวัตกรรมได้อย่างเด็ดขาด การร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา รัฐบาล และภาคธุรกิจจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง

































