ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ใช้รถตู้พระที่นั่งหมายเลขทะเบียน ๑ด-๐๙๒๙ ในพระราชพิธีสำคัญอีกครั้ง
(13 มิ.ย. 69) ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยัง พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามรถยนต์หลวงพระศพ ในพิธีเคลื่อนพระบรมศพครั้งนี้ ใช้รถตู้พระที่นั่งโฟล์คสวาเกน หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2559 และพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2568
#ข่าวtiktok #พระองค์ภาสิ้นพระชนม์ #ไว้อาลัยพระองค์ภา #กรมประชาสัมพันธ์ #เคลื่อนพระศพสู่พระบรมหาราชวัง
ในฐานะที่เคยได้ติดตามและชมพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ของประเทศไทยมาโดยตลอด ผมรู้สึกว่าการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในงานพระราชพิธีเชิญพระศพนั้นมีความหมายลึกซึ้งมาก รถตู้พระที่นั่งหมายเลขทะเบียน 1ด-0929 นอกจากจะเป็นพาหนะสำหรับขบวนพระศพสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์แห่งรัชกาลที่ 9 แล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพและความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเห็นว่าการเลือกใช้รถตู้พระที่นั่งคันนี้ในพระราชพิธีสำคัญอีกครั้ง เป็นการสืบสานประวัติศาสตร์และแสดงถึงความต่อเนื่องของราชพิธีที่เคยจัดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความรู้สึกสืบเนื่องและความผูกพันทางจิตใจระหว่างประชาชนกับพระราชวงศ์ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างครบถ้วนในการถ่ายทอดและอนุรักษ์ประเพณีไทยให้คงอยู่ตลอดไป โดยส่วนตัว ผมเคยมีโอกาสได้เห็นขบวนพระศพในพระราชพิธีเมื่อหลายปีก่อนในข่าวและถ่ายทอดสด ความยิ่งใหญ่และความสง่างามของขบวนเชิญพระศพซึ่งประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าหน้าที่พระราชพิธี แสดงให้เห็นถึงความเคารพอย่างสูงของทุกคนต่อผู้ล่วงลับและสถาบันที่ทรงไว้ซึ่งความผูกพันของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง ด้วยเรื่องราวนี้ ผู้ที่สนใจพระราชประวัติและพิธีกรรมต่าง ๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนและเปี่ยมคุณค่าของพิธีการเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีกรรมแต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญในการรักษาวัฒนธรรมและความเป็นอัตลักษณ์ของชาติไทย



































