ข่าวดี ‼️กระทรวง สธ.เพิ่มกรอบจ้างงานกว่า 9 หมื่นอัตราเริ่ม 1 ต.ค.นี้
(1 ส.ค. 69) นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเพิ่มกรอบการจ้างงานช่วงปีงบประมาณ 2569-2572 อีก 93,076 อัตรา พร้อมผลักดันการยกระดับลูกจ้างรายวันและรายคาบประมาณ 50,000 อัตรา ให้เป็นลูกจ้างรายเดือนและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) รวมถึงปรับโครงสร้างบัญชีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกลุ่มสนับสนุนและบริการเริ่มต้นที่ 10,520 บาทต่อเดือน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อสร้างความมั่นคงและลดความเหลื่อมล้ำให้กับบุคลากรสาธารณสุข
#ข่าวtiktok #กระทรวงสาธารณสุข #พนักงานกระทรวงสาธารณสุข #หางานทำ #บุคลากรทางการเเพทย์
ในฐานะที่เคยทำงานในหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการสาธารณสุข การเพิ่มกรอบจ้างงานกว่า 90,000 อัตราถือเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับบุคลากรทั้งหลายที่อยู่ในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะสำหรับลูกจ้างรายวันที่จะได้รับโอกาสก้าวขึ้นเป็นลูกจ้างรายเดือนและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) ซึ่งไม่เพียงแต่คือการสร้างความมั่นคงในอาชีพ แต่นี่ยังหมายถึงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นตามมาด้วย จากประสบการณ์ของผมที่เคยเห็นโครงสร้างอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่เคยเปลี่ยนแปลงมากนัก การปรับปรุงจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,520 บาทต่อเดือนนั้น จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่พนักงานกลุ่มสนับสนุนและบริการอย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตและแรงจูงใจในการทำงาน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การที่กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าปรับระบบจ้างงานนี้สอดคล้องกับแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจสร้างเสถียรภาพทางการเงินและความเป็นธรรมในหน่วยงานรัฐ อีกทั้งยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานในสายงานสุขภาพ เพราะโอกาสการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนั้นก็จะช่วยกระตุ้นตลาดแรงงานในภาคนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในมุมของผู้หางาน การทราบข่าวนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะเตรียมตัวสมัครงาน รวมถึงเตรียมข้อมูลและประสบการณ์ให้พร้อมสำหรับตำแหน่งที่เปิดรับ ถือเป็นโอกาสดีที่จะก้าวเข้าสู่งานภาครัฐซึ่งมีความมั่นคงและสวัสดิการดี สุดท้ายแล้ว การยกระดับลูกจ้างรายวันและรายคาบให้เป็นรายเดือนและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ยังเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นฟันเฟืองสำคัญการดูแลสุขภาพประชาชนเหมือนที่เราทุกคนต้องการเห็นในระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน



