จาก 123 กิโล สู่ 85 กิโล

เราใช้ระยะเวลาในการลดน้ำหนัก 1ปี จนถึงปัจจุบันก็ยังลดอยู่นะคะ 💙เราเลือกวิธีการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดค่ะ (เรากรุ๊ปเลือดโอ) ไม่ได้ทำแบบ100%น้า 💓กินตามใจบ้าง กินตามปากบ้าง 💚แต่จะมีคติเตือนตัวเองว่า"หิวจงกิน อยากอย่ากิน" เพราะส่วนมากของที่ทำให้เราอ้วนขึ้นมาจากความ"อยาก"กินของเราล้วนๆส่วนตัวน้า 😜

🚨เราเคยลดน้ำหนักแบบผิดวิธีมาก่อนค่ะ คือ การอดอาหารและกินน้อยกว่าใช้ ซึ่งมันผิดมากกกก!!

🚨พอทำไปสักพัก เราโหยคร้าาา!! อยากของหวาน อยากกินเยอะๆแบบกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ

🚨และไม่ออกกำลังกายเลย

🚨จนเรากับมาโยโย่จนพุ่งมาถึง123กิโลกรัม เคลียดมาก

💚เริ่มกับมาดูแลตัวเองและหัด ฝึก ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย

➡️เรากินอาหาร3มื้อครบและกินอิ่ม ไม่ได้คลีน หรือ คีโต อะไรเลย

➡️ถ้าวันไหนเรากินก๋วยเตี๋ยว อาหารมื้อต่อไปก็จะทำกินเองโดยจะปรุงแค่เกลือและพริกไก่ค่ะ

➡️ส่วนตัวชอบกินไก่อยู่แล้วคร้า เราเลยตัดการกินหมูไปเลยเพราะไขมันสูงกับกรุ๊ปเลือด

➡️ข้อดีที่เราตัดหมูเลยคือประหยัดและมีเงินเหลือจาก... หมูกะทะ ชาบู หมูปิ้งข้าวเหนียว หมูฝอย หมูหวาน หมูกรอบ กากหมูเจียว มีเงินเพิ่มขึ้นเลยค่ะ

➡️ที่สำคัญเราลดการดื่มน้ำหวาน น้ำชง เราให้โครต้าตัวเอง 1แก้ว/เดือน 🧋

➡️ปัจจุบันเราลดอยู่ค่ะ และออกกำลังกาย เพื่อที่จะไม่ให้โยโย่และกินกับไปกินแบบเดิมอีก

💓เป็นกำลังให้ทุกๆคนที่ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองและรักตัวเอง🫡

#ติดเทรนด์ #ลดนํ้าหนัก #อร่อยบอกต่อ #ลดความอ้วน #ลดความอ้วนด้วยตัวเอง

2025/8/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสิ่งที่อยากมาเติมจากประสบการณ์ตัวเอง (เผื่อใครกำลังเริ่มจากน้ำหนักเยอะๆเหมือนเรา) คือ “ทำยังไงให้ไม่หลุด” และ “กันโยโย่” เพราะรอบก่อนๆที่พังของเรา เกิดจากอดอาหาร + กินน้อยกว่าใช้แบบสุดโต่ง แล้วสุดท้ายโหยหวาน โหยของทอด จนกินยับและน้ำหนักเด้งกลับ 1) ตั้งเป้าให้ชัด แต่แบ่งเป็นช่วงสั้นๆ ตอนเริ่มจาก 123 กก. ถ้าคิดว่าอยากผอมเร็วจะเครียดมาก เราเลยตั้งเป้าเป็นช่วง เช่น เดือนนี้ขอลด 2–4 กก. หรือขอให้รอบเอวลดลง 1–2 นิ้ว แล้วฉลองด้วย “กิจกรรม” แทนการฉลองด้วยบุฟเฟต์ เช่น ซื้อเสื้อผ้าใหม่ไซซ์เล็กลง หรือถ่ายรูป before–after เก็บไว้ 2) กินครบ 3 มื้อ แต่จัดจานให้เอาอยู่ เราไม่ได้คลีนหรือคีโต แต่จะพยายามให้ทุกมื้อมีโปรตีน (ไก่/ปลา/ไข่/เต้าหู้) + ผัก และคาร์บพอประมาณ ถ้าวันไหนจัดหนักอย่างก๋วยเตี๋ยวหรือของนอกบ้าน มื้อต่อไปจะกลับมากินง่ายๆที่บ้าน ปรุงน้อยลง (เกลือ พริก ไก่ตามที่เราถนัด) เพื่อบาลานซ์ทั้งวัน ไม่ต้องรู้สึกผิดจนอด 3) ตัด “น้ำหวาน” ก่อนตัดข้าว อันนี้ช่วยมากจริงๆ เราเคยติดน้ำชง ชานม น้ำอัดลม พอลดลงเหลือโควต้า 1 แก้ว/เดือน น้ำหนักนิ่งน้อยลงและหน้าเรียวไวขึ้นแบบเห็นได้ชัด (รูปก่อน–หลังช่วยยืนยันเลย) วันปกติเราเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า โซดาไม่หวาน หรือชาไม่ใส่น้ำตาลแทน 4) ออกกำลังกายแบบเริ่มจากศูนย์ก็ได้ ถ้าไม่ชอบฟิตหนักๆ เริ่มแค่เดิน 15–20 นาที/วันก็พอ แล้วค่อยเพิ่มเป็น 30–45 นาที หรือเสริมเวทเบาๆ 2–3 วัน/สัปดาห์เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญ ที่สำคัญคือทำให้ “ต่อเนื่อง” มากกว่าทำโหดครั้งเดียวแล้วหาย 5) เทคนิคกันหลุดเวลาหิว vs อยาก เรายึดประโยคที่เตือนตัวเองเสมอ “หิวจงกิน อยากอย่ากิน” วิธีแยกคือ ถ้าหิวจริงให้กินมื้อหลักหรือของที่มีโปรตีน/ไฟเบอร์ก่อน (ไข่ต้ม โยเกิร์ตไม่หวาน ผลไม้พอประมาณ) แล้วรอ 10 นาที ส่วนความอยากมักมาเป็นคลื่น โดยเฉพาะของหวานและของทอด ถ้ารอได้จะผ่านไปเอง สุดท้าย ถ้าใครกำลังเริ่มเหมือนเรา ขอให้ใจดีกับตัวเอง ลดแบบที่อยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน แล้วถ่ายรูปเก็บไว้เรื่อยๆ—บางวันตัวเลขไม่ลง แต่หน้าและสัดส่วนจะเปลี่ยนให้เห็นกำลังใจค่ะ

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Pr5648
Pr5648

ทางนี้กินไก่เพราะแคลกับไขมันต่ำกว่าหมู สรุปค่ายูริคเริ่มสูงจากผลการตรวจร่างกายล่าสุด เลยพักไก่มากินหมู

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ ยอมรับ  ใช้ชีวิตสุดท้าย ให้ดี
ยอมรับ ใช้ชีวิตสุดท้าย ให้ดี

เก่งมากคะ

ดูเพิ่มเติม(1)