Hyrox Thailand
I'm back. 😂
Tell me about the race. There's three months of practice before the race.
We are not strong people. Running, no basis, no weight, no body, just playing chill.
When competing in this show is really brutal, the experience of training.
Over-rehearsing throughout Hot practice. No check.
✅ but very good plan to rehearse the break. Look at the clock, we recover slowly before going down for a real day, vacation for a week. Taper for a long time. 555 +
✅ and always thinking. The body will definitely forget.
But the real job face. Ah, Art Ng Dick, 😂 can do it.
🏃🏽♀️ ran the Pace 5 mid-end. At first, I agreed to Pace 6. I had to be able to do it because normally, my Pace 7-8-9 was always raising my heart.
💧 even eat mineral salt. Must not cramp.
⏰ we've evaluated the couple for about 2 hours, but if Art is down alone, the time will be good, but here we are, will end late, but finally she takes the hand to shake the hand, running every lane change, holding the hand to drag all the time, the end comes 1.34.33, this is still a bit nagging.
🏃🏽♀️ if you can develop a run, develop a little more strength, the end of time will be even better.
The next station. The event runs 21 km. It's more brutal than this. Fight and wade. @ Hyroxtha
จากประสบการณ์ซ้อมและลงแข่ง Hyrox Thailand ที่ทำให้เข้าใจว่าการเตรียมตัวไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแรงอย่างเดียว แต่ยังต้องวางแผนพักฟื้นอย่างมีประสิทธิภาพด้วย เช่น การใช้ช่วง Taper ที่พักยาวถึง 1 อาทิตย์ก่อนวันแข่งจริง ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป แม้เราเองไม่มีพื้นฐานการวิ่งมาก่อน และเวทเทรนนิ่งก็ไม่ได้เล่นอย่างจริงจัง แต่การตั้งเป้าวิ่งที่เพซ 5 กลาง-ปลาย ได้ลองท้าทายตัวเองจนเกินคาดช่วยให้รู้ว่าความมั่นใจและกำลังใจจากคู่แข่งเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนเลนที่ต้องวิ่งจับมือช่วยลากกันตลอดทำให้รู้ว่าความร่วมมือช่วยเพื่อนร่วมทีมและแรงใจช่วยให้ผ่านไปได้ อีกสิ่งที่สำคัญคือการกินน้ำและเกลือแร่เพื่อป้องกันตะคริวที่เป็นปัญหาหลักในการวิ่งระยะไกล เวลาวิ่งเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่งทำให้รู้ว่าไม่ใช่แค่แรงกาย แต่หัวใจต้องพร้อมด้วย ต้องมีการจับชีพจรและดูสัญญาณหัวใจที่อาจสูงถึง 180+ ซึ่งเราได้เรียนรู้ว่าจะต้องรักษาระดับไม่ให้มากเกินไปเพื่อไม่ให้หมดแรงกลางทาง การซ้อมที่มีจังหวะหนักสลับพักถือเป็นการสร้างความอดทนและความแข็งแรงที่แท้จริงเหมือนการเต้นกระตุ้นและสร้างกำลังใจผ่านการซ้อมที่เหมือนไม่สบายบ้าง แต่มันก็พัฒนาความแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน ครั้งนี้จึงเป็นก้าวแรกของการแข่งที่ยากถัดไปคือจะไปท้าทายมากขึ้นกับงานวิ่ง 21 กิโลเมตรที่ต้องโฟกัสทั้งการวิ่งและสร้างความแข็งแรงร่างกายอย่างต่อเนื่อง ถ้าใครกำลังสนใจลงแข่ง Hyrox หรืออยากเริ่มต้นซ้อมจากไม่มีพื้นฐาน ผมแนะนำให้ออกแบบแผนซ้อมที่รัดกุม แบ่งเวลาออกกำลังแบบชัดเจนพร้อมกำหนดช่วงพักเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู ทำควบคู่กับการดูแลโภชนาการและน้ำเกลือแร่ไปด้วย จะช่วยให้ประสบความสำเร็จตามเป้าได้มากขึ้น เป็นการพิสูจน์ว่าการวางแผนที่ดีและความตั้งใจจริงจะทำให้ทำได้เกินคาด





























































