รากเทียมหลักแสน อาจพังเพราะ โรครำมะนาด | คลายปัญหาเรื่องของฟันกับหมอโชค
.
.
ในประสบการณ์การดูแลผู้ที่ทำรากฟันเทียม ผมพบว่า โรครำมะนาด หรือที่ภาษาแพทย์เรียกว่า Peri-implantitis เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รากเทียมที่มีมูลค่าสูงต้องเสียหายหรือพังลงอย่างรวดเร็ว โรครำมะนาดเป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบรากเทียม คล้ายกับโรคเหงือกอักเสบในฟันธรรมชาติ แต่มีความซับซ้อนและเสี่ยงทำให้กระดูกรอบรากเทียมละลายจนไม่สามารถรองรับรากเทียมได้อีกต่อไป หลายครั้งที่เราอาจคิดว่ารากเทียมที่ฝังลงลึกเกินไป เช่น 10 มิลลิเมตร จะมั่นคงกว่าการฝังเพียง 7 มิลลิเมตร แต่อย่างไรก็ตาม หากดูแลไม่ดี ปัญหาโรครำมะนาดก็สามารถทำลายรากเทียมเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะฝังลึกแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น การรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธีและมาตรการป้องกันโรคเหงือกอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมมักแนะนำให้คนไข้ที่มีรากเทียมเน้นเรื่องสุขอนามัยช่องปาก เช่น การแปรงฟันให้ถูกวิธี การใช้ไหมขัดฟัน และนัดตรวจสุขภาพปากอย่างสม่ำเสมอกับทันตแพทย์ เพื่อตรวจเช็คเนื้อเยื่อรอบรากเทียมและดูแลหากพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ หากมีข้อจำกัดเรื่องความลึกของรากเทียม เช่น การฝังเพียง 7 มิลลิเมตร ซึ่งอาจมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการเกิดปัญหาบางอย่าง แต่ก็ต้องดูแลอย่างเคร่งครัดเช่นกัน การละเลยในขั้นตอนการดูแลอาจทำให้รากเทียมพังได้เหมือนกัน การตั้งใจดูแลและรับฟังคำแนะนำจากทันตแพทย์จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรากเทียมให้คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป เพราะรากฟันเทียมไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆและมีราคาสูง การป้องกันปัญหาโรครำมะนาดจึงควรเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญตั้งแต่การฝังรากเทียมจนถึงการดูแลระยะยาว




























